นายกัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์

ประธานกรรมการบริษัท

ในปี 2561 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ การกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของรัฐ และภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่มีการชะลอตัวและผันผวน

จากสภาวการณ์ข้างต้น เป็นอีกปีแห่งความท้าทายในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการบริหารจัดการกับปัจจัยภายนอกที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ อาทิ ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวน ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว การเมืองโลก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (Disruptive Technology) ภาวะการแข่งขันที่ไร้พรมแดนจะเข้ามามีบทบาทและมีอิทธิพลต่อชีวิตเพิ่มขึ้น

บริษัทฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ อบรมและพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับกับการขยายธุรกิจ และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากการรักษาฐานการดำเนินธุรกิจเดิมที่มีอยู่โดยการขยายธุรกิจด้านพลังงาน ทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้ว บริษัทฯ ยังได้ขยายธุรกิจในกลุ่มธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์ระดับครัวเรือน ภายใต้แบรนด์ (GRoof) บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าธุรกิจด้านพลังงาน เป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ และยังมีโอกาสในการเติบโตและสร้างรายได้ให้กับองค์กรต่อไปในอนาคต

ปัจจุบัน บริษัทฯ เป็นผู้นำในการผลิตพลังงาน แต่บริษัทฯ ไม่หยุดที่จะพัฒนาเสริมความแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืน สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยเฉพาะประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0”

โดยมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นการตลาดในยุค 4.0 จึงเป็นยุคการเปลี่ยนแปลง และคู่ค้าจะมีบทบาทที่สำคัญยิ่ง การตลาดจึงต้องปรับรูปแบบให้สอดคล้องและนำสถานการณ์อยู่เสมอ

อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงตระหนักถึงความสำคัญในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวังและรอบคอบ มุ่งเน้นการสร้างระบบการบริหารจัดการตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2561 บริษัทฯ มุ่งเน้นการสร้างมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแนวร่วมปฏิบัติภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption หรือ CAC) เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานในองค์กรมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและสอดคล้องกับนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึง การสื่อสารนโยบายดังกล่าวไปยัง ลูกค้า คู่ค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการเตรียมความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพองค์กร ทั้งด้านกลยุทธ์ในการดำเนินธรุกิจการกำกับดูแล การพัฒนาบุคลากร เทคโนโลยีสารสนเทศและมาตรฐานการให้บริการ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรค และ สามารถต่อยอดธุรกิจให้เติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ในนามของคณะกรรมการบริษัทฯ ผมขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นและผู้มีอุปการะคุณในทุกๆด้าน ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนกิจการของบริษัทด้วยดีมาโดยตลอด และขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการบริษัททุกท่านจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มความสามารถ และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเป็นสำคัญ เพื่อให้องค์กรมีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป