ประวัติโครงการ

2525

ดำเนินธุรกิจผลิต
จัดหา และจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงบนระบบสายส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ

2535

จัดตั้งโรงงานผลิตโคมฟ้ถนนและอุปกรณ์ประกอบระบบสายส่ง


2540


จัดตั้งสำนักงานแห่งแรกในประเทศเมียนมาร์

2552


ดำเนินธุรกิจด้านพลังงานทดแทน โดยดำเนินการจัดหา และติดตั้งกังหันลมไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย
ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

2553


ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้งในประเทศและประเทศในทวีปเอเชีย ด้วยแหล่งพลังงาน 410 เมกะวัตต์ (366 ต้นทุนเมกะวัตต์) ที่ปลอดภัย

2558

แหล่งพลังงานทดแทนปัจจุบันที่มีอยู่ในครอบครอง 272 เมกะวัตต์

ได้เข้าสู่ตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นในระยะแรกด้วย 65 ต้นทุนเมกะวัตต์

2559

วันที่ 25 สิงหาคม 2559 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 6/2559 มีมติอนุมัติให้ Gunkul International (Mauritius) (“GIM”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าทำรายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ GD Utsunomiya (เปลี่ยนชื่อเป็น “GD Solar Utsunomiya Godo Kaisha “GK Utsunomiya”) (ตั้งอยู่เมืองอุทสึโนะมิยะ จังหวัดโทชิงิ ประเทศญี่ปุ่น ขนาด กำลังการผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 66.78 เมกะวัตต์ (72.80 เมกะวัตต์ติดตั้ง) โดยผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับ Tokyo Electric Power Company (“TEPCO”) ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับสัมปทานในการขายไฟฟ้าให้แก่ TEPCO เป็นระยะเวลา 20 ปี ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ feed-in tariff (FIT) หน่วยละ 36 เยน มูลค่ารวมของโครงการประมาณ 24,017 ล้านเยน หรือประมาณ 8,391 ล้านบาท

วันที่ 12 ตุลาคม 2559 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 7/2559 มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ เข้าซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ใน บริษัท บีเอ็มพี โซล่าร์ จำกัด (“BMP Solar”) ซึ่งดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิต 8.0 เมกะวัตต์ จำนวน 48,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 48.98 ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วจำนวนรวม 98,000 หุ้น (ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 50,000 หุ้น และหุ้นบุริมสิทธิจำนวน 48,000 หุ้น) บริษัทฯ มีสิทธิได้รับปันผลจากการดำเนินงานและสิทธิในการออกเสียงในสัดส่วนร้อยละ 99.99 มีมูลค่าการซื้อขาย 670 ล้านบาท โดยโรงไฟฟ้าของบริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าเกวียน อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ได้รับอัตรารับซื้อไฟแบบ Feed-in-Tariff (FiT) หน่วยละ 5.66 บาท เป็นระยะเวลา 5 ปี (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 980,100 บาท และบริษัทฯ มีสัดส่วนการถือครองหุ้นร้อยละ 48.98)

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2559 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2559 มีมติอนุมัติดังนี้ อนุมัติให้ Gunkul International (Mauritius) (“GIM”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเข้าทำรายการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใน East Japan Solar 13 Godo Kaisha (“GK Iwakuni”) เมืองอิวาคุนิ จังหวัดยามางุจิ ประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิตของโครงการตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 75.0 เมกะวัตต์ (ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 90.0 เมกะวัตต์) ซึ่งได้รับสัมปทานในการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ Chugoku Electric Power เป็นระยะเวลา 20 ปี ในอัตรารับซื้อไฟฟ้าแบบ Feed-in Tariff (FiT) หน่วยละ 32 เยน โดยมีมูลค่ารวมของโครงการประมาณ 31,327.80 ล้านเยน หรือคิดเป็นประมาณ 10,776.76 ล้านบาท

2560

วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อย บริษัท กันกุล โซลาร์ พาวเวอร์ 6 จำกัด (“GSP-6”) เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อจำหน่ายให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 100,000,000 บาท และ บริษัทฯ มีสัดส่วนการถือครองหุ้นร้อยละ 99.99)

วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อย บริษัท กันกุล โซลาร์ พาวเวอร์ จำกัด (“GSP”) เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อจำหน่ายให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนจดทะเบียน 560,999,100 บาท (ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 599,998,800 บาท และบริษัทฯ มีสัดส่วนการถือครองหุ้นร้อยละ 99.99)

วันที่ 7 มิถุนายน 2560 ได้มีการเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่าง บริษัท บีจี เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่น จำกัด และ บริษัท กันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับใช้เอง ณ โรงงาน อยุธยากล๊าส อินดัสทรี ขนาด 4.84 เมกะวัตต์

วันที่ 23 สิงหาคม 2560 บริษัทฯ ได้รับการจ้างงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สำหรับการก่อสร้างเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 KV ไปยังเกาะพระทอง จ.พังงา โดยกำหนดระยะเวลาก่อสร้างนับจากวันลงนามในสัญญา 450 วัน

บริษัทก่อตั้งขึ้นเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าในปี 2525 โดยนาย กัลกุล ดำรงปิยวุฒ์ ด้วยประสบที่กว้างขวางและความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นในส่วนของไฟฟ้าและพลังงานของไทย ต่อมา ด้วยจุดแข็งในการซื้อขายและผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าและพลังงาน กัลกุลได้เริ่มดำเนินการในส่วนของพลังงานทดแทนในปี 2552 เพื่อที่ปรับขึ้นในห่วงโซ่คุณค่าเพื่อการบูรณาการธุรกิจในแนวดิ่งและสร้างรูปแบบธุรกิจแบบบูรณาการที่แข็งแรง (จากการขายอุปกรณ์ไฟฟ้าและพลังงานสู่ ผู้รับเหมา EPC-OM ผู้ดำเนินธุรกิจโรงงานพลังงาน และสู่นักพัฒนา) การบูรณาการนี้ไม่เพียงแต่ทำให้กัลกุลเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจจากการซื้อขายที่ไม่แน่นอนและธุรกิจ EPC เป็นธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์และพลังลมที่มีความมั่นคงสูง แต่ยังสามารถทำให้บริษัทมีศักยภาพในการเติบโตในเวลาที่เหมาะสมในด้านกำลังการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์มากกว่า 1,800 เมกกะวัตต์ ที่กำหนดไว้สำหรับการแข่งขันในสิ้นปี 2558

นอกเหนือจากธุรกิจภายในประเทศ กัลกุลได้ขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) และจัดตั้งสำนักงานนอกประเทศในประเทศเมียนมาร์เมื่อกว่า 20 ปีก่อน โดยเริ่มต้นจากการเป็นผู้ขายอุปกรณ์ไฟฟ้ากับหน่วยงานของรัฐบาลท้องถิ่นจนเกิดความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลในท้องถิ่น จึงได้เปลี่ยนตนเองเป็นธุรกิจผู้ผลิตพลังงานในประเทศเมียนมาร์

กัลกุลได้เข้าไปในตลาดพลังงานแสงอาทิตย์ของประเทศญี่ปุ่นในปี 2014 โดยปัจจุบันมีขนาดการผลิตที่ 65 เมกะวัตต์ บริษัทยังวางแผนที่จะก่อตั้งสาขาสำนักงานในประเทศญี่ปุ่นภายในปีนี้เพื่อรองรับคลื่นธุรกิจพลังงานทดแทนในญี่ปุ่น