ปัจจัยความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้า
ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงกลุ่มลูกค้าภาครัฐ

เนื่องจากกลุ่มลูกค้าภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานการไฟฟ้าของทางภาครัฐ เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นกลุ่มลูกค้าที่สำคัญของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ในด้านธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูง และด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับงานสถานีและสายส่งไฟฟ้า

  • ด้านธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันสูง

    รายได้จากการจำหน่ายสินค้าให้แก่ลูกค้ากลุ่มนี้จะขึ้นอยู่กับงบประมาณด้านการพัฒนากำลังการผลิตและส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากทางภาครัฐ ซึ่งหากภาครัฐมีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหาร และมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนด้านการพัฒนากำลังการผลิตและส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า หรือมีความล่าช้าในการพิจารณาอนุมัติจัดหาจัดจ้างในโครงการต่างๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ ในส่วนที่ต้องพึ่งพิงลูกค้ากลุ่มนี้ นอกจากนั้นกระบวนการจัดหาจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐส่วนใหญ่จะใช้วิธีการประมูลซึ่งในบางครั้งจะมีผู้เสนอราคาแข่งขันหลายราย ดังนั้นหากบริษัทฯ ไม่ได้รับการคัดเลือกในการประมูลโครงการต่างๆของหน่วยงานภาครัฐดังกล่าว อาจส่งผลให้บริษัทฯ ต้องสูญเสียรายได้จากกลุ่มลูกค้านี้

    ทั้งนี้ความเสี่ยงสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนด้านการพัฒนากำลังการผลิตและส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าของภาครัฐมีอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ โดยในส่วนของการประมูลโครงการต่างๆ ของภาครัฐนั้นจะมีการแบ่งการประมูลแยกเป็นกลุ่มสินค้า ทั้งนี้ด้วยลักษณะของสินค้าที่มีความหลากหลายของกลุ่มบริษัทฯอีกทั้งยังได้รับการยอมรับทางด้านคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001 และสินค้าของบริษัทฯ หลายรายการก็ได้รับการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ไว้กับกระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้งได้ผ่านการทดสอบรับรองจากสถาบันการทดสอบทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้รับใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการประมูลแข่งขันในโครงการจัดหาสินค้าต่างๆ ของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้คัดเลือกจัดหาเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว ทำให้โอกาสที่บริษัทฯ จะได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะในการประมูลอยู่ในระดับที่สูง

  • ด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างสถานีและสายส่งไฟฟ้า

    การลงทุนด้านการพัฒนากำลังการผลิตและส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งถือเป็นการลงทุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีการขยายในปีที่ผ่านมาและต่อเนื่องต่อไปในระยะสามปีข้างหน้านี้ สืบเนื่องจากความไม่สมดุลของการผลิตไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าในแต่ละภูมิภาคของประเทศ เช่น ในภาคใต้ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีความสามารถในการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาที่ระดับ 3,059 เมกะวัตต์ และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ระดับ 2,467 เมกะวัตต์ โดยหากมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ในภาคใต้หยุดเดินเครื่องเพียง 1 โรง ในช่วง Peak เช่น โรงไฟฟ้าจะนะ ที่มีกำลังการผลิตที่ 710 เมกะวัตต์ จะส่งผลให้สามารถผลิตไฟฟ้าคงเหลือเพียง 2,349 เมกะวัตต์ (3,059 - 710) จะส่งผลให้มีปริมาณไฟฟ้าไม่เพียงพอ กอรปกับการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าประเภทโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้เพื่อเป็นกำลังการผลิตสำรองยังไม่ปรากฏความชัดเจนเรียบร้อย จึงยังผลให้นโยบายในการจัดส่งไฟฟ้าสำรองผ่านระบบส่งหรือระบบจำหน่ายมาจากภูมิภาคอื่นยังคงมีความจำเป็นสำหรับพื้นที่ภาคใต้ และแม้ว่าแผนการก่อสร้างสายส่งในภูมิภาคอื่นที่มีความชัดเจนและเริ่มดำเนินการเปิดประมูลบ้างแล้วในปีที่ผ่านมา และมีงบประมาณในงานประมูลด้านสายส่งเกิดขึ้นจำนวนมากในปีนี้และปีหน้าก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวย่อมส่งผลต่อนโยบายด้านความจำเป็นในการสำรองปริมาณไฟฟ้าและความรวดเร็วในการขยายเขตสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่ประเภท 230-500 Kva จึงถือเป็นความเสี่ยงต่อการพึ่งพิงกลุ่มลูกค้าภาครัฐในด้านรายได้รับเหมาก่อสร้างสถานีและสายส่งไฟฟ้าของบริษัทฯ ด้วยเช่นกัน หากโครงการต่างๆ เหล่านี้มีความล่าช้าในการดำเนินการไม่เป็นไปตามแผน

ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่

ใน ปี 2560 บริษัทฯ มีการจำหน่ายสินค้าให้แก่หน่วยงานการไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นจำนวนเงินรวม 304.19 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.38 ของรายได้จากการขาย และให้แก่หน่วยงานเอกชน เป็นจำนวนเงินรวม 930.13 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 19.51 ตามงบการเงินรวมของบริษัทฯ

ทั้งนี้ ลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทฯ เป็นลูกค้าประจำที่มีการติดต่อซื้อขายมาเป็นระยะเวลานานและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างต่อเนื่อง และด้วยการรักษาคุณภาพมาตรฐานของสินค้าและการให้บริการของบริษัทฯ มากว่า 30 ปี ทำให้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะยังคงได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีนโยบายในการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใดรายหนึ่งในแต่ละกลุ่มลูกค้า โดยการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ และจัดหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจเพิ่มเติม รวมถึงเป็นการกระจายรายได้ให้มาจากกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์หลอดไฟประหยัดพลังงานประเภทหลอด LED เพื่อจำหน่ายให้แก่กลุ่มลูกค้าหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งหลอด LED ดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าสำหรับผู้บริโภค (Consumer Product) ที่มีมูลค่าตลาดในระดับสูง เป็นผลิตภัณฑ์แสงสว่างที่ใช้ได้ในทุกอาคารบ้านเรือน รวมถึงยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการส่งเสริมประชาสัมพันธ์จากภาครัฐให้มีการจัดซื้อใช้งานทดแทนหลอดไฟแบบเดิมที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากกว่า