(อ้างอิง “นโยบายเรื่อง การกำกับดูแลกิจการที่ดี” ฉบับทบทวนลงวันที่ 1 มีนาคม 2564)

คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย หน่วยงานกำกับดูแลขององค์กร ผู้บริหารและพนักงานขององค์กร ได้ยึดมั่นในหลักการบริหาร จัดการที่มีระบบและกระบวนการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญ จึงได้นำหลักการดังกล่าวเป็นแนวทางในการดำเนินงานของบริษัทฯ ใน การกำหนดระบบการบริหารจัดการให้มีคุณภาพ เน้นการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ซึ่งจะส่งผลให้มีการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน ส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน สร้างความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มมูลค่าแก่เจ้าของกิจการ สิ่งเหล่านี้จะสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ทุกฝ่าย จึงได้กำหนด “นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี” เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย ผู้บริหาร และพนักงาน ได้ยึดถือเป็นเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานดังนี้

Accountability

ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ และสามารถชี้แจงอธิบายการปฏิบัตินั้นได้

Responsibility

ความสำนึกในหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและมีประสิทธิภาพ

Equitable Treatment

ความเคารพในสิทธิและการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างสุจริตและเท่าเทียมกัน รวมถึงการให้โอกาสผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรม

Transparency

การเปิดเผยข้อมูล และการดำเนินงานด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้

Value Creation

การเพิ่มมูลค่าให้กิจการในระยะสั้นและระยะยาว โดยการพัฒนาปรับปรุง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

Ethics

การมีจริยธรรมและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ

โดยคณะกรรมการบริษัทได้ให้ความเห็นชอบและอนุมัตินโยบายในการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นลายลักษณ์อักษรและผ่านการทบทวนครั้งล่าสุด ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์2564 โดยวัตถุประสงค์ในการจัดทำและทบทวนโยบายเรื่อง การ กำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อใช้เป็นนโยบายในการกำกับการติดตาม การควบคุม และการดูแลของผู้ที่ได้รับมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้ทำหน้าที่ ทางการบริหาร โดยมีการจัดกระบวนการบริหารหรือจัดการเพื่อให้ทรัพยากรขององค์กรได้นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และอย่างมีประสิทธิผล ตรงตามเป้าหมาย รวมทั้งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตอบแทนกลับไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทได้ กำหนดให้มีการทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปีและบริษัทฯ ได้มีการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลที่ดี อย่างสม่ำเสมอและเคร่งครัด

ทั้งนี้รายละเอียดของการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ได้ดำเนินการและจัดทำโดยอ้างอิงตามหลักการกำกับดูแลกิจการ ที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัทฯ ได้ทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อ เนื่องเพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ดีโดยมีโครงสร้างและแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีแบ่งออกเป็น5 ส่วน ดังต่อไปนี้

หลักการ: ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในความเป็นเจ้าของโดยการควบคุมบริษัท ผ่านทางการแต่งตั้งคณะกรรมการบริษัทให้ทำหน้าที่แทนตน และมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัท ดังนั้นบริษัทจึงควรส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นโดยจะไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ผู้ถือหุ้นชาวไทยหรือผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ โดยสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้นที่กำหนดไว้ตามกฎหมายและตามข้อบังคับของบริษัท ได้แก่

  1. สิทธิในการซื้อขายหรือการโอนหุ้น
  2. สิทธิในการได้รับส่วนแบ่งกำไรของกิจการ
  3. สิทธิในการรับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันในการรับซื้อหุ้นคืนโดยบริษัท
  4. สิทธิในการได้รับข่าวสารข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส สม่ำเสมอ และได้รับข้อมูลสำคัญที่เป็นปัจจุบันผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  5. สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน เพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชีอิสระ กำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี รวมถึงเรื่องอื่นใดที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือการเพิ่มทุน การอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น
  6. สิทธิในการเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า
  7. สิทธิในการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท
  8. สิทธิอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งรวมถึงนักลงทุนสถาบัน ได้ใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าร่วมประชุมและใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ดังนี้

1. การดำเนินการก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น

  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถส่งความคิดเห็น ข้อซักถาม หรือเสนอวาระการประชุมล่วงหน้าก่อนวันประชุม ผู้ถือหุ้น พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน โดยแจ้งผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัท
  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทล่วงหน้าก่อนวันประชุม ผู้ถือหุ้น พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน โดยแจ้งผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัท
  • จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบการประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าอย่างน้อย 14-21 วัน (หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด) พร้อมทั้งลงประกาศหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อแจ้งวันนัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบการประชุมทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษบนเว็บไซต์ของบริษัท อย่างน้อย 30 วันก่อนวันนัดประชุมผู้ถือหุ้น
  • ระบุข้อมูลสำคัญในหนังสือเชิญประชุมไว้อย่างครบถ้วน ได้แก่ วัน เวลา สถานที่จัดประชุม รายละเอียดระเบียบวาระการประชุม เอกสารประกอบระเบียบวาระการประชุมพร้อมความเห็นของคณะกรรมการบริษัท หลักเกณฑ์ในการนับคะแนนในแต่ละวาระเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย หนังสือมอบฉันทะตามแบบที่กฎหมายกำหนด รายชื่อกรรมการอิสระเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกที่จะมอบฉันทะให้เข้าประชุมแทนได้ คำชี้แจงวิธีการมอบฉันทะ การลงทะเบียน การแสดงเอกสารเข้าร่วมประชุม และการออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้น และแผนที่ของสถานที่จัดประชุม รวมทั้งข้อบังคับของบริษัท เกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงลงคะแนน

2. การดำเนินการในวันประชุมผู้ถือหุ้น

  • กำหนดวัน เวลา และสถานที่จัดประชุม โดยคำนึงถึงความสะดวกของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก พร้อมทั้งจัดให้มีบุคลากร และเทคโนโลยีอย่างเพียงพอเหมาะสมต่อจำนวนผู้ถือหุ้น
  • จัดให้มีบัตรลงคะแนนเสียงโดยใช้ระบบบาร์โค้ด (Bar Code) และจัดให้มีบุคคลที่เป็นอิสระเป็นผู้ตรวจนับคะแนนหรือตรวจสอบคะแนนเสียง และเปิดเผยให้ที่ประชุมทราบ พร้อมบันทึกไว้ในรายงานการประชุม
  • ประธานที่ประชุมจะชี้แจงเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการประชุม ขั้นตอนการออกเสียงลงคะแนน และจัดสรรเวลาการประชุมให้เหมาะสม รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิซักถาม แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยมีคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ ประธานคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ผู้สอบบัญชี และ/หรือ ที่ปรึกษากฎหมาย และ/หรือ ที่ปรึกษาการเงินอิสระ และ/หรือ ธนาคารที่ให้การสนับสนุนสินเชื่อ (แล้วแต่กรณี) เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามในที่ประชุม รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง เลขานุการบริษัท เลขานุการคณะกรรมการทุกชุด เข้าร่วมประชุมด้วย
  • ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใด ๆ เข้าร่วมประชุมแทนได้

3. การดำเนินการหลังวันประชุมผู้ถือหุ้น

  • เปิดเผยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมผลการลงคะแนนเสียงภายในวันที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติ หรือ อย่างช้าภายใน 9.00 น. ของวันทำการถัดไปจากวันประชุมผู้ถือหุ้น โดยแจ้งผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัท
  • จัดทำรายงานการประชุมโดยแสดงข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โดยระบุประเด็นที่ผู้ถือหุ้นซักถามและ คำชี้แจงของคณะกรรมการบริษัทต่อข้อซักถามดังกล่าว ภายใน 14 วัน นับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และนำส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งเปิดเผยรายงานการประชุมบนเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้

สำหรับในปี 2564 บริษัทได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ณ ห้องประชุมของบริษัท (สำนักงานสาขาที่ 1) เลขที่ 1038-1046 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โดยมีกรรมการทุกท่านของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารระดับสูง เลขานุการของคณะกรรมการทุกชุด และเลขานุการบริษัท พร้อมทั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต และผู้แทนจากที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย เข้าร่วมประชุมทั้งหมดรวม 24 ท่าน เพื่อชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมและตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้น บริษัทได้มอบให้ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ซึ่งเป็นนายทะเบียนของบริษัท เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมในแต่ละวาระพร้อมทั้งรายงานประจำปี ข้อบังคับและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงลงคะแนน แบบหนังสือมอบฉันทะและข้อมูลกรรมการอิสระที่เป็นตัวแทนในการรับมอบฉันทะเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกต่อผู้ถือหุ้นในกรณีไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองได้ รวมทั้งแบบฟอร์มในการขอรับรายงานประจำปีในรูปแบบหนังสือ และแผนที่ตั้งของสถานที่ประชุม ทั้งนี้ได้นำส่งให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าก่อนการประชุม และบริษัทได้จัดให้มีการเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุม รวมทั้งรายงานประจำปีและเอกสารตามที่กล่าวข้างต้นทางเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.gunkul.com เป็นการล่วงหน้าก่อนการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้นได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ในการลงทะเบียนและนับคะแนนเสียง บริษัทได้จัดให้มีการชี้แจงหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงลงคะแนนให้แก่ผู้ถือหุ้นก่อนเริ่มการประชุม และได้เปิดโอกาสให้ ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัท และวาระการประชุม

หลักการ: ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันและเป็นธรรม

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและระเบียบปฏิบัติในเรื่องต่าง ๆ เพื่อเป็นการดูแลให้ผู้ถือหุ้นทุกรายได้รับการปฏิบัติและปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งการให้ข้อมูลก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น การคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การเข้าทำรายการระหว่างกัน ตลอดจนการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน ดังนี้

1) การให้ข้อมูลก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นและการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

  • จัดทำหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยแจ้งกำหนดการประชุม ระเบียบวาระ และความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในหนังสือเชิญประชุม และแจ้งผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัท ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนวันนัดประชุมผู้ถือหุ้น
  • แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบขั้นตอนและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการประชุม ทั้งวิธีการลงทะเบียน การมอบฉันทะ และการออกเสียงลงคะแนน
  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งข้อซักถาม เสนอวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน โดยแจ้งผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัท
  • ดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับระเบียบวาระที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุม โดยไม่เพิ่มวาระการประชุมที่ไม่ได้แจ้งเป็นการล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น
  • กำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียของตนและผู้ที่เกี่ยวข้อง และไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องที่มีส่วนได้เสียดังกล่าว

2) การกำกับดูแลการใช้ข้อมูลภายใน

  • แจ้งให้กรรมการและผู้บริหารรับทราบภาระหน้าที่การรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท และ การรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัท ทั้งของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ตามมาตรา 59 และบทลงโทษ ตามมาตรา 275 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และจัดส่งสำเนารายงานนี้ให้แก่เลขานุการบริษัทในวันเดียวกับวันที่ส่งรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมทั้งรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททราบทุกไตรมาส
  • กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงาน ของบริษัท และกลุ่มบริษัท ที่ได้รับทราบข้อมูลภายในที่เป็นสาระสำคัญซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทก่อนวันที่งบการเงินหรือข้อมูลภายในจะได้เปิดเผยต่อสาธารณชน
      • กลุ่มกรรมการอิสระ ไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือ เมื่อได้รับเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการบริษัท แล้วแต่อย่างใดจะเกิดก่อน
      • กลุ่มกรรมการบริหาร ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางการเงินของบริษัท และกลุ่มบริษัท ที่สามารถรับรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน
      • ไม่ควรซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัท ตั้งแต่วันที่รับทราบงบการเงินของบริษัท จนถึงวันเปิดเผยงบการเงินสู่สาธารณชนผ่านระบบการรายงานสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากการได้รับทราบข้อมูลทางการเงิน อาจก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยงหรือก่อให้เกิดการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทได้

      ทั้งนี้ ภายหลังจากที่บริษัท ได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้สามารถดำเนินการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทได้ภายหลังพ้นระยะเวลา 24 ชั่วโมงแล้วอีกทั้ง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในดังกล่าวต้องไม่เปิดเผยข้อมูลนั้นให้ผู้อื่นทราบจนกว่าจะได้มีการแจ้งข้อมูลนั้นผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงาน ของบริษัท และกลุ่มบริษัท ใช้ข้อมูลภายในของบริษัท ที่มีหรืออาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ของบริษัท ซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณชน มาใช้เพื่อการซื้อหรือขาย หรือเสนอซื้อหรือเสนอขาย หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อหรือขาย ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่น (ถ้ามี) ของบริษัท ไม่ว่าทั้งทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ผู้อื่นทราบ โดยตนได้รับผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
  • บริษัทได้กำหนดโทษทางวินัยสำคัญสำหรับผู้แสวงหาหรือจะแสวงหาผลประโยชน์จากการนำข้อมูลภายในบริษัทไปใช้หรือนำไปเปิดเผยจนทำหรืออาจทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย โดยพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณี ได้แก่ ตักเตือนวาจา ตักเตือนเป็นหนังสือ ภาคทัณฑ์ ตลอดจนเลิกจ้างพ้นสภาพเป็นพนักงานด้วยเหตุไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แล้วแต่กรณี โดยแนวทางดังกล่าวได้ผ่านการให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว

3) การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  • กำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงความสัมพันธ์หรือการมีส่วนได้เสียของตนในรายการดังกล่าว โดยหากผู้นั้นเป็นกรรมการต้องไม่เข้าร่วมในการพิจารณาตัดสินใจ รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้น ๆ
  • หากมีรายการที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้นที่เป็นข้อตกลงทางการค้าที่ไม่เป็นเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไป จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ และต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

4) การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน

  • หากมีรายการที่เกี่ยวโยงกัน ให้บริษัทปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท ตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี
  • ในกรณีที่รายการที่เกี่ยวโยงกัน เป็นรายการธุรกิจปกติและรายการสนับสนุนธุรกิจปกติที่มีเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไป รวมทั้งรายการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงินที่บริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทย่อยให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่นิติบุคคลซึ่งบริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทย่อยเป็นผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนที่ตนมีส่วนได้เสียในนิติบุคคลนั้นตามเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไปหรือดีกว่า ให้บริษัทปฏิบัติตามกรอบอำนาจการดำเนินการที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
  • ในกรณีที่รายการที่เกี่ยวโยงกัน เป็นรายการประเภทอื่น ให้บริษัทนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา โดยปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกำหนด

5) การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน

  • คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และผู้บริหาร มีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการจัดให้มีและรักษาไว้ซึ่งระบบการควบคุมภายใน รวมทั้งดำเนินการเพื่อทบทวนความมีประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของระบบข้อมูลและรายงานทางการเงินที่มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือได้
  • บริษัทได้แต่งตั้งหน่วยงานตรวจสอบภายใน เพื่อรับผิดชอบการตรวจสอบการปฏิบัติงานของบริษัทให้มีประสิทธิภาพ โดยรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
  • คณะกรรมการตรวจสอบได้มีการทบทวนความเหมาะสมและความเพียงพอของระบบควบคุมภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาให้ความเห็นและระบุไว้ในแบบ 56-1 One Report

หลักการ: ผู้มีส่วนได้เสียควรได้รับการดูแลจากบริษัทตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการบริษัทควรพิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างความมั่งคั่งทางการเงินและความยั่งยืนของกิจการ

คณะกรรมการบริษัท ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามกฎหมายหรือข้อตกลงที่มีอยู่กับบริษัท ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่ง พนักงาน สังคม ชุมชน และภาครัฐ จึงได้กำหนดข้อพึงปฏิบัติต่อผู้มีส่วน ได้เสียในแต่ละกลุ่ม ตลอดจนแนวปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจภายใต้มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน การไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยยึดหลักพื้นฐานของความเป็นธรรมและความเท่าเทียมกัน เพื่อให้บุคลากรทุกคนในบริษัท ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติ มีกลไกติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตาม ตลอดจนมีช่องทางในการรับข้อเสนอแนะหรือร้องเรียน โดยกำหนดเป็นนโยบายหรือแนวปฏิบัติ ดังนี้

1) สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามกฎหมายหรือข้อตกลงที่มีอยู่กับบริษัท

ผู้ถือหุ้น บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีคุณธรรม และจริยธรรม เปิดเผยสารสนเทศอย่างเพียงพอ โดยพัฒนากิจการให้เจริญเติบโตก้าวหน้า สร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างเหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ลูกค้า บริษัทรับผิดชอบต่อลูกค้าโดยการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าและการให้บริการ รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้ครบถ้วนและครอบคลุม เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าในระยะยาว
คู่ค้า บริษัทปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรม และเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้าและตามสัญญาที่ตกลงร่วมกัน และมีนโยบายในการสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหนี้ บริษัทปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าและตามสัญญาที่ตกลงร่วมกัน รวมถึงการให้ข้อมูลต่าง ๆ ตามที่เจ้าหนี้ร้องขอ
คู่แข่ง บริษัทดำเนินธุรกิจตามกรอบการแข่งขันที่เป็นธรรม และพัฒนาตลาดให้เติบโตเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในอุตสาหกรรม
พนักงาน บริษัทปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีคุณภาพ
สังคม/ชุมชนและสิ่งแวดล้อม บริษัทรับผิดชอบในการดูแลเพื่อไม่ให้การดำเนินงานของบริษัทส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของชุมชนและสังคม รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งบริษัทยังได้ดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility “CSR”) เพื่อการพัฒนาชุมชมและสังคมอย่างยั่งยืน
ภาครัฐ บริษัทดำเนินธุรกิจเพื่อการเสริมสร้างและพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

2) ช่องทางการสื่อสารกับคณะกรรมการบริษัทในการให้ข้อเสนอแนะ แจ้งเบาะแส หรือ ร้องเรียน

เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ได้รับการคุ้มครอง คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในการให้ข้อเสนอแนะ แจ้งเบาะแส หรือ ร้องเรียน การกระทำที่สงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือนโยบายกำกับดูแลกิจการ รวมถึงการรายงานทางการเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง โดยบริษัทจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งนี้ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บเป็นความลับ เพื่อเป็นการปกป้องและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

ผู้เสนอแนะหรือผู้แจ้งเบาะแส สามารถสื่อสารไปยังคณะกรรมการบริษัท ดังนี้

3) นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน จึงกำหนดให้บริษัท จัดทำ “นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน” เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติงานขององค์กรอย่างโปร่งใส ยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ

โดยบริษัท และกลุ่มบริษัท มีนโยบายห้าม กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างกระทำการอันใดที่เป็นการเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้รับ ผู้ให้ หรือเสนอให้สินบนแก่บุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง และให้มีการสอบทานนโยบายและแนวปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกำหนดของกฎหมาย โดยบริษัทได้เข้าร่วมกับโครงการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) ในปี 2560 และได้มีการต่ออายุในปี 2563

ผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนในการกระทำที่อาจทำให้เกิดความสงสัยได้ว่าเป็นการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นกับบริษัท สามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางการรับเรื่องที่ได้กำหนดไว้ดังนี้

ผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนจะต้องระบุรายละเอียดของเรื่องที่จะแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน (ชื่อหรือตำแหน่งผู้ถูกร้องเรียน การกระทำความผิดที่พบเห็น เวลาที่เห็นการกระทำความผิด) พร้อมชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ของผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน และส่งมายังช่องทางการรับเรื่องช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้

หลักการ: คณะกรรมการบริษัทควรดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ

คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ทันเวลา และเป็นไปตามที่กฎหมาย และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด ทั้งรายงานทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตลอดจนข้อมูลอื่น ๆ ที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาตลาดหลักทรัพย์และมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งหมดได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน บริษัทจะเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศผ่านระบบรายงานสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัท

1) การเปิดเผยข้อมูล

  • คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อรายงานทางการเงินที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นจริง และสมเหตุสมผล โดยจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป คณะกรรมการบริษัทจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อมีหน้าที่รับผิดชอบในการสอบทานรายงานทางการเงินให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ และบริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลให้ทันเวลาตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง
  • บริษัทมีหน้าที่ในการเปิดเผยบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย ประวัติของกรรมการแต่ละท่าน จำนวนครั้งของการจัดประชุมของคณะกรรมการทุกชุดและการเข้าร่วมประชุมของกรรมการแต่ละท่าน ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง กระบวนการและหลักเกณฑ์ในการประเมินผลการปฎิบัติงานของคณะกรรมการทุกชุด ข้อมูลการเข้ารับการพัฒนาและฝึกอบรมของกรรมการบริษัทเป็นรายบุคคล รายงานการซื้อขายหุ้น/ถือครองหลักทรัพย์ในบริษัท พร้อมการเปลี่ยนแปลงการถือครองในรอบปีของกรรมการบริษัทและผู้บริหารตามคำนิยามของสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นรายบุคคล เป็นต้น โดยเปิดเผยในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี / รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report)
  • บริษัทได้กำหนดให้พนักงานทุกคนต้องไม่นำข้อมูลภายในไปใช้ประโยชน์ หรือแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเองหรือครอบครัว หรือพวกพ้องในทางมิชอบ รวมทั้งต้องรักษาข้อมูล และเอกสารภายในของบริษัท โดยไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอก ทั้งนี้ การใช้ข้อมูลภายในจะต้องอยู่ในกรอบของหน้าที่ และความรับผิดเท่าที่พนักงานพึงได้รับมอบหมายเท่านั้น

2) ช่องทางในการติดต่อกับเลขานุการบริษัท / ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์

เลขานุการบริษัท / ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์
โทรศัพท์ (66) 2 242-5867/ (66) 2 242-5876
อีเมล์ ir@gunkul.com
เว็บไซต์ www.gunkul.com

บริษัทมีการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้แก่ ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทั่วไปได้รับทราบอย่างถูกต้องครบถ้วน เช่น การแจ้งสารสนเทศผลประกอบการของบริษัท และกลุ่มบริษัทประจำไตรมาสและประจำปี สารสนเทศการเข้าลงทุนในโครงการต่าง ๆ นโยบายฉบับทบทวนปรับปรุง รวมทั้ง การจัดทำรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไปของบริษัทพร้อมรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทต่อรายงานทางการเงินควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีไว้ในรายงานประจำปี และเปิดเผยเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปตามหลักกำกับดูแลกิจการที่ดี ผ่านแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี / รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report)และเว็บไซด์ของบริษัท เป็นต้น

นอกเหนือจากการเปิดเผยข้อมูลตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว บริษัทได้จัดมีการช่องทางการสื่อสารไปยังผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) ทำหน้าที่สื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยตรง

นอกจากนี้ ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท ที่ www.gunkul.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่น ๆ ได้รับรู้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือขอข้อมูลต่าง ๆ จากฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท ได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2242-5876 0-2242-5867 และ 0-2242-5868 หรือ e-mail ir@gunkul.com

ตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริษัท กำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทไว้ ดังนี้

  • มีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกินกว่า 12 คน
  • กรรมการบริษัทไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ต้องเป็นกรรมการอิสระ
  • กรรมการบริษัทไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย
  • คณะกรรมการบริษัทควรมีสัดส่วนของกรรมการบริษัทที่มีความรู้ความชำนาญที่หลากหลายเหมาะสมกับธุรกิจ และมีการถ่วงดุลอำนาจภายในคณะกรรมการบริษัท

ปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัท ตามหนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์ ลงวันที่ 11 มกราคม 2565 มีจำนวน 11 ท่าน ประกอบด้วย

  • กรรมการบริษัทที่เป็นกรรมการอิสระ 5 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45.45 ของกรรมการทั้งหมด
  • กรรมการบริษัทที่ไม่เป็นผู้บริหาร 6 ท่าน* คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 54.55 ของกรรมการทั้งหมด
  • กรรมการที่เป็นผู้บริหาร 5 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 45.45 ของกรรมการทั้งหมด
  • กรรมการที่เป็นผู้หญิง 4 ท่าน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 36.36 ของกรรมการทั้งหมด
    * รวมกรรมการอิสระ 5 ท่าน

ทั้งนี้คุณสมบัติวาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริษัท ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริษัทที่กำหนดไว้และกำหนดให้แต่งตั้งเลขานุการบริษัทเพื่อปฏิบัติงานให้ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดจากหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการชุดย่อย

คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย รวม 5 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และ คณะกรรมการบริหาร เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1) คณะกรรมการตรวจสอบ

คณะกรรมการตรวจสอบ คือ คณะกรรมการชุดย่อยของคณะกรรมการบริษัทที่ได้รับการแต่งตั้งเพื่อช่วยแบ่งเบาภารกิจของคณะกรรมการบริษัทในการปฏิบัติงาน และเพื่อให้กิจการมีระบบกำกับดูแลที่ดี คณะกรรมการตรวจสอบจัดตั้งขึ้นเพื่อมุ่งหวังถึงการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินการและการเพิ่มมูลค่าให้องค์กร ในการปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการตรวจสอบจะต้องดำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ในการทำงานกับคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร รวมทั้งผู้ตรวจสอบภายนอกและผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท และเพื่อให้การดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรรมการตรวจสอบแต่ละท่านจำเป็นต้องพัฒนาและดำรงไว้ซึ่งความชำนาญงานและความรอบรู้ตลอดจนความเข้าใจในหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมทั้งเข้าใจในธุรกิจและความเสียหายของบริษัท

ทั้งนี้คุณสมบัติวาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปี ของคณะกรรมการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบที่กำหนดไว้

คณะกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 ประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน

2) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ในการกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยง จัดทำแผนบริหารความเสี่ยง ประเมินความเสี่ยง เสนอแนะมาตรการป้องกันและแนวทางแก้ไข รวมทั้งติดตามดูแลการดำเนินการให้เป็นไปมาตรการที่กำหนดไว้ เพื่อให้เกิดกระบวนการจัดการอย่างเป็นระบบในการบริหารความเสี่ยงได้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร โดยจะช่วยลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ และปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ข้อกำหนด รวมทั้งกฎหมายที่กำหนดขึ้นจากหน่วยงานกำกับต่าง ๆ

ทั้งนี้คุณสมบัติวาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปี ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้

คณะกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 ประกอบด้วยกรรมการ 4 ท่าน

3) คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน

คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนมีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ในการกำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ และกระบวนการในการสรรหากรรมการ เพื่อให้ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมทั้งเสนอแนะหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าตอบแทนให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวการณ์เป็นปัจจุบัน

ทั้งนี้คุณสมบัติวาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปี ของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนที่กำหนดไว้

คณะกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 ประกอบด้วยกรรมการ 4 ท่าน

4) คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีมีหน้าที่สนับสนุน การปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ในการกำหนดนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี และกำหนดแนวปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ของบริษัท ให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอันเป็นสากลซึ่งบริษัทจดทะเบียนพึงปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรมในภาพรวมขององค์กรตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ส่งเสริมให้บริษัทสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการบริหารกิจการอย่างมีคุณธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ทั้งนี้คุณสมบัติวาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปี ของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่กำหนดไว้

คณะกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 ประกอบด้วยกรรมการ 3 ท่าน

5) คณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ในการบริหารจัดการและควบคุมกิจการของบริษัท เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรมส่งเสริมให้บริษัทสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการบริหารกิจการอย่างมีคุณธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ทั้งนี้คุณสมบัติวาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปี ของคณะกรรมการบริหาร ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริหารที่กำหนดไว้

คณะกรรมการบริษัทในการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2564 ได้มีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 ประกอบด้วยกรรมการ 5 ท่าน