(อ้างอิง “นโยบายเรื่อง การกำกับดูแลกิจการที่ดี” ฉบับปรับปรุงลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561)

คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย หน่วยงานกำกับดูแลขององค์กร ผู้บริหารและพนักงานขององค์กร ได้ยึดมั่นในหลักการบริหารจัดการที่มีระบบและกระบวนการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญ จึงได้นำหลักการดังกล่าวเป็นแนวทางในการดำเนินงานของบริษัทฯ ในการกำหนดระบบการบริหารจัดการให้มีคุณภาพ เน้นการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะส่งผลให้มีการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐาน ส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน สร้างความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มมูลค่าแก่เจ้าของกิจการ สิ่งเหล่านี้จะสร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ทุกฝ่าย จึงได้กำหนด “นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี” เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย ผู้บริหาร และพนักงาน ได้ยึดถือเป็นเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานดังนี้

Accountability

ความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ และสามารถชี้แจงอธิบายการปฏิบัตินั้นได้

Responsibility

ความสำนึกในหน้าที่อย่างเต็มความสามารถและมีประสิทธิภาพ

Equitable Treatment

ความเคารพในสิทธิและการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างสุจริตและเท่าเทียมกัน รวมถึงการให้โอกาสผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรม

Transparency

การเปิดเผยข้อมูล และการดำเนินงานด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้

Value Creation

การเพิ่มมูลค่าให้กิจการในระยะสั้นและระยะยาว โดยการพัฒนาปรับปรุง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

Ethics

การมีจริยธรรมและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ

โดยคณะกรรมการบริษัทได้ให้ความเห็นชอบและอนุมัตินโยบายในการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นลายลักษณ์อักษรและผ่านการทบทวนครั้งล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2561 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 โดยวัตถุประสงค์ในการจัดทำและทบทวนโยบายเรื่อง การกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อใช้เป็นนโยบายในการกำกับ การติดตาม การควบคุม และการดูแลของผู้ที่ได้รับมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้ทำหน้าที่ทางการบริหาร โดยมีการจัดกระบวนการบริหารหรือจัดการเพื่อให้ทรัพยากรขององค์กรได้นำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และอย่างมีประสิทธิผลตรงตามเป้าหมาย รวมทั้งเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตอบแทนกลับไปยังผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้มีการทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี และบริษัทฯ ได้มีการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลที่ดีอย่างสม่ำเสมอและเคร่งครัด

ทั้งนี้ รายละเอียดของการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ได้ดำเนินการและจัดทำโดยอ้างอิงตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัทฯ ได้ทบทวนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี โดยมีโครงสร้างและแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี แบ่งออกเป็น 5 ส่วน ดังต่อไปนี้

คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นโดยจะไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ผู้ถือหุ้นชาวไทยหรือผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ โดยสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถือหุ้นที่กำหนดไว้ตามกฎหมายและตามข้อบังคับของบริษัทฯ ได้แก่ สิทธิในการซื้อขายหรือการโอนหุ้น สิทธิในการได้รับส่วนแบ่งกำไรของกิจการ สิทธิในการรับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันในการรับ ซื้อหุ้นคืนโดยบริษัทฯ สิทธิในการได้รับข่าวสารข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส สม่ำเสมอ และได้รับข้อมูลสำคัญที่เป็นปัจจุบันผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น หรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทน เพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชีอิสระ กำหนดค่าตอบแทนผู้สอบบัญชี รวมถึงเรื่องอื่นใดที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือการเพิ่มทุน การอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น สิทธิในการเสนอวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้า สิทธิในการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัท และ สิทธิอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อสนับสนุนให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึงนักลงทุนสถาบันได้ใช้สิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าร่วมประชุมและใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ดังนี้


1) การดำเนินการก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น

  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถส่งความคิดเห็น ข้อซักถาม หรือเสนอวาระการประชุมล่วงหน้าก่อนวันประชุม ผู้ถือหุ้น พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน โดยแจ้งผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน โดยแจ้งผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  • จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบการประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าอย่างน้อย 14-21 วัน (หรือระยะเวลาอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนด) พร้อมทั้งลงประกาศหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องกันไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อแจ้งวันนัดประชุมผู้ถือหุ้นโดยปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบการประชุมทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ อย่างน้อย 30 วันก่อนวันนัดประชุมผู้ถือหุ้น
  • ระบุข้อมูลสำคัญในหนังสือเชิญประชุมไว้อย่างครบถ้วน ได้แก่ วัน เวลา สถานที่จัดประชุม รายละเอียดระเบียบวาระการประชุม เอกสารประกอบระเบียบวาระการประชุมพร้อมความเห็นของคณะกรรมการบริษัท หลักเกณฑ์ในการนับคะแนนในแต่ละวาระเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย หนังสือมอบฉันทะตามแบบที่กฎหมายกำหนด รายชื่อกรรมการอิสระเพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกที่จะมอบฉันทะให้เข้าประชุมแทนได้ คำชี้แจงวิธีการมอบฉันทะ การลงทะเบียน การแสดงเอกสารเข้าร่วมประชุม และการออกเสียงลงคะแนนในการประชุมผู้ถือหุ้น และแผนที่ของสถานที่จัดประชุม รวมทั้งข้อบังคับของบริษัทฯ เกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงลงคะแนน

2) การดำเนินการในวันประชุมผู้ถือหุ้น

  • กำหนดวัน เวลา และสถานที่จัดประชุม โดยคำนึงถึงความสะดวกของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก พร้อมทั้งจัดให้มีบุคลากร และเทคโนโลยีอย่างเพียงพอเหมาะสมต่อจำนวนผู้ถือหุ้น
  • จัดให้มีบัตรลงคะแนนเสียงโดยใช้ระบบบาร์โค้ด (Bar Code) และจัดให้มีบุคคลที่เป็นอิสระเป็นผู้ตรวจนับคะแนนหรือตรวจสอบคะแนนเสียง และเปิดเผยให้ที่ประชุมทราบ พร้อมบันทึกไว้ในรายงานการประชุม
  • ประธานที่ประชุมจะชี้แจงเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการประชุม ขั้นตอนการออกเสียงลงคะแนน และจัดสรรเวลาการประชุมให้เหมาะสม รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนมีสิทธิซักถาม แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ โดยมีคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการชุดย่อยทุกชุด ผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ผู้สอบบัญชี และ/หรือ ที่ปรึกษากฎหมาย และ/หรือ ที่ปรึกษาการเงินอิสระ และ/หรือ ธนาคารที่ให้การสนับสนุนสินเชื่อ (แล้วแต่กรณี) เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามในที่ประชุม รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง เลขานุการบริษัท เลขานุการคณะกรรมการทุกชุด เข้าร่วมประชุมด้วย
  • ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลใดๆ เข้าร่วมประชุมแทนได้

3) การดำเนินการหลังวันประชุมผู้ถือหุ้น

  • เปิดเผยมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นพร้อมผลการลงคะแนนเสียงภายในวันที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติ หรือ อย่างช้าภายใน 9.00 น. ของวันทำการถัดไปจากวันประชุมผู้ถือหุ้น โดยแจ้งผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  • จัดทำรายงานการประชุมโดยแสดงข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โดยระบุประเด็นที่ผู้ถือหุ้นซักถามและคำชี้แจงของคณะกรรมการต่อข้อซักถามดังกล่าว ภายใน 14 วัน นับจากวันประชุมผู้ถือหุ้น และนำส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งเปิดเผยรายงานการประชุมบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบได้

สำหรับในปี 2561 บริษัทฯ ได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561 ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เลขที่ 99/1 ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400 โดยมีกรรมการทุกท่านของคณะกรรมการทุกชุด ผู้บริหารระดับสูงทุกท่าน เลขานุการของคณะกรรมการทุกชุด และเลขานุการบริษัท พร้อมทั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ผู้แทนจากที่ปรึกษาทางด้านการเงิน ผู้แทนจากธนาคารที่ให้สนับสนุนทางการเงิน และผู้แทนจากที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย เข้าร่วมประชุมทั้งหมดรวม 26 ท่าน เพื่อชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุมและตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ได้มอบให้ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ซึ่งเป็นนายทะเบียนของบริษัท เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุมในแต่ละวาระพร้อมทั้งรายงานประจำปี ข้อบังคับและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงลงคะแนน แบบหนังสือมอบฉันทะและข้อมูลกรรมการอิสระที่เป็นตัวแทนในการรับมอบฉันทะเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกต่อผู้ถือหุ้นในกรณีไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองได้ รวมทั้งแบบฟอร์มในการขอรับรายงานประจำปีในรูปแบบหนังสือ และแผนที่ตั้งของสถานที่ประชุม ทั้งนี้ได้นำส่งให้แก่ผู้ถือหุ้นเป็นเวลาล่วงหน้าก่อนการประชุม และบริษัทฯ ได้จัดให้มีการเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้นและเอกสารประกอบการประชุม รวมทั้งรายงานประจำปีและเอกสารตามที่กล่าว ข้างต้นทางเว็บไซต์ของบริษัทที่ www.gunkul.com เป็นการล่วงหน้าก่อนการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประชุมผู้ถือหุ้นได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ในการลงทะเบียนและนับคะแนนเสียง บริษัทฯ ได้นำระบบบาร์โคด (Barcode) มาใช้และได้จัดเตรียมอากรแสตมป์ให้แก่ผู้ถือหุ้นในการมอบฉันทะ เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นในการประชุม บริษัทฯ ได้จัดให้มีการชี้แจงหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงลงคะแนนให้แก่ผู้ถือหุ้นก่อนเริ่มการประชุม และได้เปิดโอกาสให้ ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ และวาระการประชุม

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและระเบียบปฏิบัติในเรื่องต่างๆ เพื่อเป็นการดูแลให้ผู้ถือหุ้น ทุกรายได้รับการปฏิบัติและปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งการให้ข้อมูลก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น การคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย การป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การเข้าทำรายการระหว่างกัน ตลอดจนการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน ดังนี้


1) การให้ข้อมูลก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นและการคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย

  • จัดทำหนังสือเชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยแจ้งกำหนดการประชุม ระเบียบวาระ และความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในหนังสือเชิญประชุม และแจ้งผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนวันนัดประชุมผู้ถือหุ้น
  • แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบขั้นตอนและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการประชุม ทั้งวิธีการลงทะเบียน การมอบฉันทะ และการออกเสียงลงคะแนน
  • เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่งข้อซักถาม เสนอวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทล่วงหน้าก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน โดยแจ้งผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ
  • ดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นตามลำดับระเบียบวาระที่ระบุไว้ในหนังสือเชิญประชุม โดยไม่เพิ่มวาระการประชุม ที่ไม่ได้แจ้งเป็นการล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น
  • กำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียของตนและผู้ที่เกี่ยวข้อง และไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องที่มีส่วนได้เสียดังกล่าว

2) การกำกับดูแลการใช้ข้อมูลภายใน

บริษัทฯ มีการดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายในตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้กำหนดนโยบายและวิธีการดูแลกรรมการ และผู้บริหาร ในการนำข้อมูลภายในของบริษัท ซึ่งยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชนไปใช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน รวมทั้งการซื้อขายหลักทรัพย์ ดังนี้

  • แจ้งให้กรรมการและผู้บริหารรับทราบภาระหน้าที่การรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทฯ และ การรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ทั้งของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) ตามมาตรา 59 และบทลงโทษ ตามมาตรา 275 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (รวมที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และจัดส่งสำเนารายงานนี้ให้แก่เลขานุการบริษัทในวันเดียวกับวันที่ส่งรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. พร้อมทั้งรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและที่ประชุมคณะกรรมการบริษัททราบ ทุกไตรมาส
  • กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงาน ของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ที่ได้รับทราบข้อมูลภายในที่เป็นสาระสำคัญซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ก่อนวันที่งบการเงินหรือข้อมูลภายในจะได้เปิดเผยต่อสาธารณชน
    1. กลุ่มกรรมการอิสระ : ไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือ เมื่อได้รับเอกสารประกอบการประชุมคณะกรรมการบริษัท แล้วแต่อย่างใดจะเกิดก่อน
    2. กลุ่มกรรมการบริหาร ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลทางการเงินของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ที่สามารถรับรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน : ไม่ควรซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่รับทราบงบการเงินของบริษัทฯ จนถึงวันเปิดเผยงบการเงินสู่สาธารณชนผ่านระบบการรายงานสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เนื่องจากการได้รับทราบข้อมูลทางการเงิน อาจก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยงหรือก่อให้เกิดการใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯได้

    ทั้งนี้ ภายหลังจากที่บริษัทฯ ได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้สามารถดำเนินการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ได้ภายหลังพ้นระยะเวลา 24 ชั่วโมงแล้ว อีกทั้ง ผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลภายในดังกล่าวต้องไม่เปิดเผยข้อมูลนั้นให้ผู้อื่นทราบจนกว่าจะได้มีการแจ้งข้อมูลนั้นผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  • ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ปฏิบัติงาน ของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ใช้ข้อมูลภายในของบริษัทฯ ที่มีหรืออาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ซึ่งยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณชน มาใช้เพื่อการซื้อหรือขาย หรือเสนอซื้อหรือเสนอขาย หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อหรือขาย ซึ่งหุ้นหรือหลักทรัพย์อื่น (ถ้ามี) ของบริษัทฯ ไม่ว่าทั้งทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้ผู้อื่นทราบ โดยตนได้รับผลประโยชน์ตอบแทนหรือไม่ก็ตาม
  • บริษัทฯ ได้กำหนดโทษทางวินัยสำคัญสำหรับผู้แสวงหาหรือจะแสวงหาผลประโยชน์จากการนำข้อมูลภายในบริษัทฯ ไปใช้หรือนำไปเปิดเผยจนทำหรืออาจทำให้บริษัทฯ ได้รับความเสียหาย โดยพิจารณาลงโทษตามควรแก่กรณี ได้แก่ ตักเตือนวาจา ตักเตือนเป็นหนังสือ ภาคทัณฑ์ ตลอดจนเลิกจ้างพ้นสภาพเป็นพนักงานด้วยเหตุไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แล้วแต่กรณี โดยแนวทางดังกล่าวได้ผ่านการให้ความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว

3) การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  • กำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้เสียกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงความสัมพันธ์หรือการมีส่วนได้เสียของตนในรายการดังกล่าว โดยหากผู้นั้นเป็นกรรมการต้องไม่เข้าร่วมในการพิจารณาตัดสินใจ รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้น ๆ
  • หากมีรายการที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์เกิดขึ้นที่เป็นข้อตกลงทางการค้าที่ไม่เป็นเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไป จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ และต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ คณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

4) การเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน

  • หากมีรายการที่เกี่ยวโยงกัน ให้บริษัทฯ ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือข้อกำหนดของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานกำกับดูแลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ตามมาตรฐานการบัญชีที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี
  • ในกรณีที่รายการที่เกี่ยวโยงกัน เป็นรายการธุรกิจปกติและรายการสนับสนุนธุรกิจปกติที่มีเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไป รวมทั้งรายการให้หรือรับความช่วยเหลือทางการเงินที่บริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทย่อยให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่นิติบุคคลซึ่งบริษัทจดทะเบียนหรือบริษัทย่อยเป็นผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนที่ตนมีส่วนได้เสียในนิติบุคคลนั้นตามเงื่อนไขการค้าโดยทั่วไปหรือดีกว่า ให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามกรอบอำนาจการดำเนินการที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
  • ในกรณีที่รายการที่เกี่ยวโยงกัน เป็นรายการประเภทอื่น ให้บริษัทฯ นำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณา โดยปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

5) การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน

  • คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และผู้บริหาร มีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการจัดให้มีและรักษาไว้ซึ่งระบบการควบคุมภายใน รวมทั้งดำเนินการเพื่อทบทวนความมีประสิทธิภาพของระบบควบคุมภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของระบบข้อมูลและรายงานทางการเงินที่มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือได้
  • บริษัทฯ ได้แต่งตั้งหน่วยงานตรวจสอบภายใน เพื่อรับผิดชอบการตรวจสอบการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพ โดยรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
  • คณะกรรมการตรวจสอบได้มีการทบทวนความเหมาะสมและความเพียงพอของระบบควบคุมภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาให้ความเห็นและระบุไว้ในรายงานประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1)

คณะกรรมการบริษัท ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามกฎหมายหรือข้อตกลงที่มีอยู่กับบริษัทฯ ได้แก่ ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่ง พนักงาน สังคม ชุมชน และภาครัฐ จึงได้กำหนดข้อพึงปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละกลุ่ม ตลอดจนแนวปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจภายใต้มาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น การไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยยึดหลักพื้นฐานของความเป็นธรรมและความเท่าเทียมกัน เพื่อให้บุคลากรทุกคนในบริษัทฯ ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติ มีกลไกติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตาม ตลอดจนมีช่องทางในการรับข้อเสนอแนะหรือร้องเรียน โดยกำหนดเป็นนโยบายหรือแนวปฏิบัติ ดังนี้


1. สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มตามกฎหมายหรือข้อตกลงที่มีอยู่กับบริษัทฯ

ผู้ถือหุ้น : บริษัทฯ มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีคุณธรรม และจริยธรรม เปิดเผยสารสนเทศอย่างเพียงพอ โดยพัฒนากิจการให้เจริญเติบโตก้าวหน้า สร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างเหมาะสมให้กับผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ลูกค้า : บริษัทฯ รับผิดชอบต่อลูกค้าโดยการรักษาคุณภาพและมาตรฐานของสินค้าและการให้บริการ รวมถึงการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าให้ครบถ้วนและครอบคลุม เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าในระยะยาว

คู่ค้า : บริษัทฯ ปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรม และเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้าและตามสัญญาที่ตกลงร่วมกัน และมีนโยบายในการสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์กับคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหนี้ : บริษัทฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าและตามสัญญาที่ตกลงร่วมกัน รวมถึงการให้ข้อมูลต่าง ๆ ตามที่เจ้าหนี้ร้องขอ

คู่แข่ง : บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจตามกรอบการแข่งขันที่เป็นธรรม และพัฒนาตลาดให้เติบโตเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในอุตสาหกรรม

พนักงาน : บริษัทฯ ปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเท่าเทียมกัน และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีคุณภาพ

สังคม/ชุมชนและสิ่งแวดล้อม : บริษัทฯ รับผิดชอบในการดูแลเพื่อไม่ให้การดำเนินงานของบริษัทฯ ส่งผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อมของชุมชนและสังคม รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้ดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility “CSR”) เพื่อการพัฒนาชุมชมและสังคมอย่างยั่งยืน

ภาครัฐ : บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจเพื่อการเสริมสร้างและพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

2. ช่องทางการสื่อสารกับคณะกรรมการบริษัทในการให้ข้อเสนอแนะ แจ้งเบาะแส หรือ ร้องเรียน

เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มต่าง ๆ ได้รับการคุ้มครอง คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีช่องทางสำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในการให้ข้อเสนอแนะ แจ้งเบาะแส หรือ ร้องเรียน การกระทำที่สงสัยว่ามีการฝ่าฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือนโยบายกำกับดูแลกิจการ รวมถึงการรายงานทางการเงินที่ไม่ถูกต้อง หรือระบบควบคุมภายในที่บกพร่อง โดยบริษัทฯ จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทั้งนี้ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกเก็บเป็นความลับ เพื่อเป็นการปกป้องและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

ผู้เสนอแนะหรือผู้แจ้งเบาะแส สามารถสื่อสารไปยังคณะกรรมการบริษัท ดังนี้

ผ่านทางอีเมล์ : audit_committee@gunkul.com

ผ่านทางไปรษณีย์ : ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
1177 อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ชั้น 8 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400


3. นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน

(อ้างอิง “นโยบายเรื่อง นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน” ฉบับทบทวน ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561)

คณะกรรมการบริษัท ให้ความสำคัญในเรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงกำหนดให้บริษัทฯ จัดทำ “นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน” เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติงานขององค์กรอย่างโปร่งใส ยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ

โดยบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ มีนโยบายห้าม กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้างกระทำการอันใดที่เป็นการเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในรูปแบบต่างๆ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะผู้รับ ผู้ให้ หรือเสนอให้สินบนแก่บุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง และให้มีการสอบทานนโยบายและแนวปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกำหนดของกฎหมาย

คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรขององค์กรไว้ดังนี้

    1. คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดนโยบาย กำกับดูแล และสนับสนุนให้เกิดกระบวนการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในองค์กร เพื่อให้บุคลากรในบริษัทฯ ได้เข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยปลูกฝังจนเป็นวัฒนธรรมและค่านิยมองค์กร
    2. คณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำกับดูแลการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยสอบทานระบบรายงานทางการเงินและบัญชี ระบบควบคุมภายใน ระบบตรวจสอบภายใน และระบบบริหารความเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งรับเรื่องแจ้งเบาะแสการกระทำอันทุจริตคอร์รัปชั่นที่บุคลากรในองค์กรมีส่วนเกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับแจ้ง และเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ หรือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว
    3. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการวางกรอบแนวทางและสอบทานนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และรับผิดชอบกำกับผลักดันให้บุคลากรในทุกตำแหน่งยึดมั่นปฏิบัติตนตามนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเคร่งครัดให้สอดคล้องตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    4. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีหน้าที่และความรับผิดชอบกำกับดูแลและสนับสนุนให้มีการดำเนินงานเพื่อบริหารป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งประเมินความเสี่ยงจากการดำเนินงานในทุกภาคส่วนขององค์กรเพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนด ทบทวน นโยบายและมาตรการต่าง ๆ ให้เพียงพอและเหมาะสม
    5. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการวางกรอบ กำหนดแนวทางในการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม
    6. คณะกรรมการบริหารและผู้บริหาร มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการกำหนดให้มีระบบและมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อสื่อสารไปยังพนักงานและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมทั้งผู้ที่มีส่วนได้เสียนำไปปฏิบัติ และจัดให้มีการประเมิน ทบทวนความเหมาะสมของระบบและมาตรการต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกำหนดของกฎหมาย
    7. ผู้บริหารสายงานตรวจสอบภายใน มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการตรวจสอบและสอบทานการปฏิบัติงานว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ตรงตามนโยบาย แนวปฏิบัติ อำนาจดำเนินการ ระเบียบปฏิบัติ รวมทั้งกฎหมาย และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้มั่นใจว่ามีระบบควบคุมที่มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชั่นที่อาจเกิดขึ้น และรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
    8. พนักงานและลูกจ้าง มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติและดำเนินการตามระเบียบปฏิบัติ รวมทั้งกฎหมาย และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล รวมทั้งเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

ทั้งนี้แนวทางการปฏิบัติ ข้อกำหนดในการดำเนินการ เรื่องที่รับแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนในเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชั่น มาตรการคุ้มครองและรักษาความลับ และขั้นตอนการรับเรื่องร้องเรียน ดำเนินการสืบสวน และบทลงโทษ รวมทั้งแนวทางการดำเนินการเผยแพร่นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น บริษัทฯ ได้มีการแจ้งให้รับทราบโดยทั่วกันตามนโยบายที่อ้างอิงข้างต้นเพื่อแสดงเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการมุ่งมั่นต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยสามารถดูรายละเอียดของนโยบายฉบับเต็มได้ที่ https://www.gunkul.com/th/sustainability/charters สรุปดังนี้

แนวทางการปฏิบัติ

บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยบุคลากรของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นฯ และจริยธรรมทางธุรกิจ โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ได้จัดให้มีระบบควบคุมภายในและกระบวนการตรวจสอบในทุกด้านที่คำนึงถึงการควบคุมความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งประเมินความเสี่ยงและกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงอย่างเพียงพอและเหมาะสม พร้อมทั้งส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับได้รับการอบรมและเผยแพร่แนวนโยบายดังกล่าวไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเช้าใจ โดยบุคลากรต้องไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉย เมื่อพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายทุจริตคอร์รัปชั่น รวทั้งกำหนดบทลงโทษหากบุคลากรของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว

ข้อกำหนดในการดำเนินการ

การดำเนินการใด ๆ ให้ใช้แนวทางการปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมถึงคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี คู่มือจริยธรรมทางธุรกิจ นโยบาย หลักเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด แนวปฏิบัติ คู่มือปฏิบัติงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวทางปฏิบัติอื่นใดที่บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ จะกำหนดขึ้นในอนาคต โดยปฏิบัติให้ครอบคลุมในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ

เรื่องที่รับแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนในเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่น

      1. พบเห็นการกระทำที่ทุจริตคอร์รัปชั่นเกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัทฯ โดยทางตรงหรือทางอ้อม เช่น พบเห็นบุคคลในองค์กรติดสินบน/รับสินบน เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐบาล หรือหน่วยงานเอกชน
      2. พบเห็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนตามระเบียบปฏิบัติของกลุ่มบริษัทฯ ที่มีผลต่อระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ จนทำให้สันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นช่องทางในการทุจริตคอร์รัปชั่น
      3. พบเห็นการกระทำที่ทำให้กลุ่มบริษัทฯ เสียผลประโยชน์ กระทบต่อชื่อเสียงของกลุ่มบริษัทฯ
      4. พบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม จรรยาบรรณธุรกิจ
ช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชั่น

ผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนในการกระทำที่อาจทำให้เกิดความสงสัยได้ว่าเป็นการทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นกับบริษัทฯ สามารถแจ้งเบาะแสผ่านช่องทางการรับเรื่องที่ได้กำหนดไว้ดังนี้ ผู้แจ้งเบาะแสหรือผู้แจ้งเรื่องร้องเรียนจะต้องระบุรายละเอียดของเรื่องที่จะแจ้งเบาะแส หรือข้อร้องเรียน (ชื่อหรือตำแหน่งผู้ถูกร้องเรียน การกระทำความผิดที่พบเห็น เวลาที่เห็นการกระความผิด) พร้อมชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ของผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน และส่งมายังช่องทางการรับเรื่องช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ดังนี้

  1. แจ้งผ่านช่องทาง : audit_committee@gunkul.com
  2. แจ้งผ่านช่องทาง : www.gunkul.com, หัวข้อ “ช่องทางการร้องเรียน”
  3. แจ้งผ่านช่องทาง
    ส่งทางไปรษณีย์ปิดผนึก ถึง
    ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
    บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
    1177 อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก ชั้น 8
    ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
  4. แจ้งผ่านช่องทาง “กล่องรับแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชั่น” (ตั้งอยู่ภายในบริษัท: เปิดกล่องได้เฉพาะกรรมการตรวจสอบ และ/หรือ เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ)

มาตรการคุ้มครองและรักษาความลับ

เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลที่กระทำโดยเจตนาสุจริต บริษัทฯ จะปกปิดชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลใด ๆ ที่สามารถระบุตัวผู้ร้องเรียนหรือผู้ให้ข้อมูลได้ และเก็บรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ โดยจำกัดเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้

ทั้งนี้ ผู้ได้รับข้อมูลจากการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน มีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูล ข้อร้องเรียน และเอกสารหลักฐานของผู้ร้องเรียนและผู้ให้ข้อมูลไว้เป็นความลับ ห้ามเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่นที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด

ในกรณีที่มีการแจ้งเบาะแสหรือเรื่องร้องเรียน บริษัทฯ จะทำหน้าที่ในการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน พยาน และบุคคลที่ให้ข้อมูลในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ไม่ให้ได้รับความเดือนร้อนหรือความไม่ชอบธรรมใดๆ อันเกิดจากการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน การเป็นพยาน หรือการให้ข้อมูล หากผู้ที่แจ้งเบาะแส ผู้ร้องเรียน หรือผู้ให้ข้อมูล หรือผู้ที่ปฏิเสธการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น เป็นบุคลากรของบริษัทฯ หรือกลุ่มบริษัทฯ บริษัทฯ จะให้ความเป็นธรรมในการให้ความคุ้มครองไม่ให้เกิดผลกระทบในทางลบกับบุคลากรท่านนั้น เช่น การลดขั้น หรือตำแหน่ง การลงโทษ เป็นต้น แม้ว่าการกระทำนั้นจะทำให้บริษัทฯ สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

ขั้นตอนการรับเรื่องร้องเรียน ดำเนินการสืบสวน และบทลงโทษ

บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ จัดให้มีกระบวนการในการดำเนินการหากได้รับเบาะแสหรือข้อร้องเรียน โดยกำหนดกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขั้นตอนรับเรื่องร้องเรียน การดำเนินการสืบสวน และบทลงโทษไว้ ดังนี้

1. กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง

  1. ผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน ผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือ ข้อร้องเรียน
  2. ผู้รับเรื่องร้องเรียน ผู้ที่รับเรื่องร้องเรียนตามช่องทางที่กำหนดไว้ข้างต้น ได้แก่ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบ และ เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
  3. ผู้ประสานงานเรื่องร้องเรียน ผู้ทำหน้าที่เก็บข้อมูลเรื่องร้องเรียนและเก็บผลสรุป ของการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ได้แก่ เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ
  4. คณะทำงานสอบข้อเท็จจริง ประธานกรรมการบริหารแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
  5. คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการตรวจสอบ ของ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
  6. ประธานกรรมการบริษัท ประธานกรรมการบริษัท ของ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
  7. ประธานกรรมการบริหาร ประธานกรรมการบริหาร ของ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
  8. กรรมการผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ของ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
  9. ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้ดูแลระเบียบวินัย
  10. เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ ของ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)
  11. เลขานุการบริษัท เลขานุการบริษัท ของ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)

2. การลงทะเบียนและการส่งเรื่องร้องเรียน

  1. ผู้รับเรื่องร้องเรียนส่งเรื่องที่ได้รับร้องเรียนไปยังผู้ประสานงานเรื่องร้องเรียน ภายใน 3 วันทำการ นับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน
  2. ผู้ประสานงานเรื่องร้องเรียนส่งเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนให้แก่คณะทำงานสอบข้อเท็จจริงเพื่อทำการพิจารณาหรือสืบสวนต่อไป

3. การตรวจสอบข้อเท็จจริง

  1. หากเรื่องที่ได้รับร้องเรียนเป็นเรื่องที่คณะทำงานสอบข้อเท็จจริงพิจารณาแล้วเห็นว่า
    - เป็นเรื่องปลีกย่อยที่ไม่สำคัญ ให้นำส่งเรื่องให้กับหัวหน้าโดยตรงของพนักงานเพื่อพิจารณาตามระเบียบวินัยของบริษัทฯ ต่อไป
    - เป็นเรื่องที่ปราศจากความเป็นจริง หรือไม่มีความขัดแย้งในผลประโยชน์ของบริษัทฯ ให้บันทึกลงในทะเบียนข้อร้องเรียนและยุติการสอบสวน
  2. หากเรื่องที่ได้รับร้องเรียนเป็นเรื่องที่คณะทำงานสอบข้อเท็จจริงพิจารณาแล้วเห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือเกี่ยวข้องกับการขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทฯ
    - คณะทำงานสอบข้อเท็จจริงจะเป็นผู้รับผิดชอบในการสืบสวนและรายงานผลการสอบสวนต่อคณะกรรมการตรวจสอบ และ ประธานกรรมการบริหาร เพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนและดำเนินการตามระเบียบวินัยของบริษัทฯ และ/หรือตามบทลงโทษของกฎหมายต่อไปและ/หรือตามบทลงโทษของกฎหมายต่อไป
  3. หากเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นของผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ
    - คณะทำงานสอบข้อเท็จจริงจะเป็นผู้รับผิดชอบในการสืบสวนและรายงานผลการสอบสวนดังกล่าวส่งตรงให้คณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาในการดำเนินการต่อไป

4. การสั่งการ และการลงโทษ

  1. หากผู้ถูกร้องเรียนมีความผิดจริง ให้บริษัทฯ ดำเนินการลงโทษตามระเบียบวินัยของบริษัทฯ และ/หรือ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
  2. หากตรวจสอบแล้วเรื่องที่รับแจ้งเป็นเรื่องร้องเรียนที่ไม่สุจริต และผู้ร้องเรียนนั้นเป็นบุคลากรของบริษัทฯ ให้ดำเนินการลงโทษทางวินัยตามระเบียบปฏิบัติของบริษัทฯ

ทั้งนี้ กระบวนการสอบสวนต้องแล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประสานงานเรื่องร้องเรียน (หากไม่สามารถสรุปผลการดำเนินการได้ภายใน 30 วันดังกล่าว ให้แจ้งเหตุผลให้ผู้ประสานงานเรื่องร้องเรียนทราบ)

5. การแจ้งผลสรุปต่อผู้ร้องเรียนและแจ้งเบาะแส

  1. คณะทำงานสอบข้อเท็จจริงส่งผลการดำเนินการในเรื่องที่ได้รับร้องเรียนให้ผู้ประสานงาน เรื่องร้องเรียน
  2. ผู้ประสานงานเรื่องร้องเรียน บันทึกผลการดำเนินการลงในทะเบียนข้อร้องเรียน และแจ้งผลการดำเนินการในเรื่องที่ได้รับร้องเรียนนั้น ให้ผู้ร้องเรียนทราบ
  3. ผู้ประสานงานเรื่องร้องเรียนแจ้งผลการดำเนินการในเรื่องที่ได้รับร้องเรียน รวมทั้งติดตามผลการปรับปรุงแก้ไข (ถ้ามี) นำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ โดยกำหนดรายงานเป็นรายไตรมาส

การเผยแพร่นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
เพื่อให้ทุกคนในองค์กรได้รับทราบนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น บริษัทฯ จะดำเนินการดังต่อไปนี้

  1. เผยแพร่นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งนโยบายที่เกี่ยวข้อง ผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรขององค์กร บุคคลที่เกี่ยวข้อง และผู้มีส่วนได้เสีย สามารถเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  2. จัดให้มีการอบรมนโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่นให้แก่บุคลากรขององค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องปีละ 1 ครั้ง
  3. ส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยภาครัฐหรือภาคเอกชน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ในการดำเนินการตามแนวนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการตรวจสอบ ได้แจ้งต่อที่ประชุมเพื่อทราบผลการรับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวเนื่องกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ในปี 2561 โดยสรุปได้ดังนี้

การติดตามการร้องเรียนเรื่องทุจริต ประจำปี 2561

ช่องทางการร้องเรียนเรื่องทุจริต ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค.
15 31 15 28 15 31 15 30 15 31 15 30 15 31 15 31 15 30 15 31 15 30 15 31
การร้องเรียนผ่าน Email x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x
การร้องเรียนผ่าน Website x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x
การร้องเรียนเป็นจดหมาย x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x
การร้องเรียนผ่านกล่องรับเรื่องร้องเรียน                                                
- สำนักงาน ศรีย่าน x                                              
- สำนักงาน อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก                         x x x x x x x x x x x x
- สำนักงาน คลังพิชัย x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x
- สำนักงาน GKA & GKP x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x
- สำนักงาน อาคารรางเงิน x                                              

x : ไม่มีการร้องเรียน y : มีการร้องเรียน

คณะกรรมการบริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ทันเวลา และเป็นไปตามที่กฎหมาย และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด ทั้งรายงานทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตลอดจนข้อมูลอื่น ๆ ที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาตลาดหลักทรัพย์และมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทั้งหมดได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน บริษัทฯ จะเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศผ่านระบบรายงานสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมทั้งผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ

1)การเปิดเผยข้อมูล

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อรายงานทางการเงินที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นจริง และสมเหตุสมผล โดยจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป คณะกรรมการบริษัทจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อมีหน้าที่รับผิดชอบในการสอบทานรายงานทางการเงินให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเชื่อถือได้ และบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลให้ทันเวลาตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ มีหน้าที่ในการเปิดเผยบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย ประวัติของกรรมการแต่ละท่าน จำนวนครั้งของการจัดประชุมของคณะกรรมการทุกชุดและการเข้าร่วมประชุมของกรรมการแต่ละท่าน ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง กระบวนการและหลักเกณฑ์ในการประเมินผลการปฎิบัติงานของคณะกรรมการทุกชุด ข้อมูลการเข้ารับการพัฒนาและฝึกอบรมของกรรมการบริษัทเป็นรายบุคคล รายงานการซื้อขายหุ้น/ถือครองหลักทรัพย์ในบริษัทฯ พร้อมการเปลี่ยนแปลงการถือครองในรอบปีของกรรมการบริษัทและผู้บริหารตามคำนิยามของสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นรายบุคคล เป็นต้น โดยเปิดเผยในรายงานประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1)

2) ช่องทางในการติดต่อกับเลขานุการบริษัท / ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์

เลขานุการบริษัท / ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์
โทรศัพท์ (66) 2 242-5867, (66) 2 242-5868
อีเมล์ : ir@gunkul.com
Website: www.gunkul.com

ในปี 2561 บริษัท ฯ มีการเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้แก่ ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทั่วไปได้รับทราบอย่างถูกต้องครบถ้วน เช่น การแจ้งสารสนเทศผลประกอบการของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ประจำไตรมาสและประจำปี สารสนเทศการเข้าลงทุนในโครงการต่าง ๆ นโยบายฉบับทบทวนปรับปรุง รวมทั้ง การจัดทำรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไปของบริษัทฯ พร้อมรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทต่อรายงานทางการเงินควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีไว้ในรายงานประจำปี และเปิดเผยเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปตามหลักกำกับดูแลกิจการที่ดี ผ่านรายงานประจำปี และเว็บไซด์ ของบริษัทฯ เป็นต้น

นอกเหนือจากการเปิดเผยข้อมูลตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว บริษัทฯ ได้จัดมีการช่องทางการสื่อสารไปยังผู้ถือหุ้น นักลงทุน นักวิเคราะห์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) ทำหน้าที่สื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยตรง

ในปี 2561 บริษัทฯ ได้จัดให้มีการประชุมแถลงผลการดำเนินงานประจำไตรมาสและประจำปีแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุนและนักวิเคราะห์ (Opportunity Day) จำนวน 4 ครั้ง มีการประชุมร่วมกับนักวิเคราะห์ (Analysis Meeting) จำนวน 1 ครั้ง และมีการประชุมร่วมกับนักวิเคราะห์รวมทั้งนักลงทุนที่มีความประสงค์ขอทราบภาพรวมการดำเนินธุรกิจของบริษัทไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง รวมทั้งมีการเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ (Press Release) เป็นประจำทุกครั้งที่มีกิจกรรมการลงทุนหรือกิจกรรมทางธุรกิจที่สำคัญๆ

นอกจากนี้ ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ www.gunkul.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่น ๆ ได้รับรู้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือขอข้อมูลต่าง ๆ จากฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทฯ ได้ที่โทรศัพท์หมายเลข 0-2242-5867 และ 0-2242-5868 หรือ e-mail: ir@gunkul.com

  1. คณะกรรมการบริษัท

    ตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริษัท กำหนดให้องค์ประกอบของคณะกรรมการของบริษัทมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน และไม่เกินกว่า 12 คน โดยกรรมการบริษัท ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ต้องเป็นกรรมการอิสระ และกรรมการบริษัทไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยคณะกรรมการบริษัทได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี หรือจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งกำหนดจำนวนปีในการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องของกรรมการอิสระที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทและกรรมการตรวจสอบไว้ไม่เกิน 9 ปี โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทควรมีสัดส่วนของกรรมการบริษัทที่มีความรู้ความชำนาญที่หลากหลายเหมาะสมกับธุรกิจ และมีการถ่วงดุลอำนาจภายในคณะกรรมการบริษัท โดยต้องไม่ประกอบกิจการเข้าเป็นหุ้นส่วน หรือเข้าเป็นกรรมการบริษัทในนิติบุคคลอื่นที่มีสภาพอย่างเดียวกันและดำเนินธุรกิจอันเป็นการแข่งขันกับกิจการของบริษัทฯ ในกรณีของกรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติความเป็นอิสระตามที่บริษัทฯ กำหนด และต้องสามารถดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายได้อย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยอิสระ

    ทั้งนี้คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริษัท ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริษัทที่กำหนดไว้ และกำหนดให้แต่งตั้งเลขานุการบริษัทเพื่อปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดจากหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการบริษัทมีจำนวน 10 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการที่กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 5 ท่าน กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 5 ท่าน ซึ่งไม่เป็นกรรมการอิสระจำนวน 1 ท่าน และเป็นกรรมการอิสระ จำนวน 4 ท่าน ซึ่งกรรมการดังกล่าวทุกท่านเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ความชำนาญในธุรกิจของบริษัทฯ และมีกรรมการตรวจสอบซึ่งเป็นกรรมการอิสระจำนวน 3 ท่าน ทำหน้าที่ถ่วงดุลในการออกเสียงพิจารณาเรื่องต่าง ๆ และสอบทานการบริหารงานของฝ่ายบริหารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ

    บริษัทฯ มีนโยบายกำหนดบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทต้องเป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารเท่านั้น เพื่อป้องกันมิให้บุคคลใดมีอำนาจโดยไม่จำกัด โดยคณะกรรมการของบริษัทจะเป็นผู้กำหนดอำนาจหน้าที่ และคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าว

  2. คณะกรรมการชุดย่อย

    คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อช่วยเหลือในการบริหารงานและการกำกับดูแลการบริหารงานเพื่อให้เป็นไปตามหลักบรรษัทภิบาล ซี่งประกอบด้วย

    1. คณะกรรมการตรวจสอบ

      ตามกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ กำหนดให้องค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบมีจำนวน ไม่น้อยกว่า 3 คน โดยคัดเลือกจากกรรมการอิสระในคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี กรรมการตรวจสอบต้องมีความรู้และประสบการณ์เพียงพอในการทำหน้าที่ในฐานะกรรมการตรวจสอบ โดยไม่เป็นกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ และไม่เป็นกรรมการของบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทย่อยลำดับเดียวกันเฉพาะที่เป็นบริษัทจดทะเบียน อีกทั้งต้องมีอย่างน้อย 1 คน ที่มีความรู้และประสบการณ์ เพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินได้

      ทั้งนี้คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปีของคณะกรรมการตรวจสอบ ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบที่กำหนดไว้ และกำหนดให้หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการตรวจสอบมีจำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท โดยกรรมการอิสระ 1 ท่าน จบการศึกษาด้านบัญชี และเป็นกรรมการที่เป็นผู้หญิง ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายกำหนดบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตรวจสอบต้องไม่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท

    2. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

      ตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง กำหนดให้องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน และกึ่งหนึ่งต้องไม่เป็นผู้บริหารของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี ซึ่งคัดเลือกจากกรรมการและ/หรือผู้บริหารจำนวนหนึ่งของบริษัทฯ และ/หรือผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการบริหารความเสี่ยงต้องเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจในธุรกิจของบริษัทฯ ความรู้และประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยง การบริหารการลงทุน หรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการให้คำแนะนำในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ โดยกรรมการบริหารความเสี่ยงต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ประกอบการ ในบริษัทที่ประกอบธุรกิจในลักษณะเดียวกันกับบริษัทฯ

      ทั้งนี้คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีจำนวน 4 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการ ที่ไม่เป็นผู้บริหาร 2 ท่าน และกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 2 ท่าน โดยบริษัทฯ มีนโยบายกำหนดบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงต้องไม่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท

    3. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน

      ตามกฎบัตรของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน กำหนดให้องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน และมากกว่ากึ่งหนึ่งต้องไม่เป็นผู้บริหารของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน และมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี ซึ่งคัดเลือกจากกรรมการและ/หรือผู้บริหารจำนวนหนึ่งของบริษัทฯ และ/หรือผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ด้านการบริหารบุคคล มีทักษะความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในงานที่เกี่ยวข้อง

      ทั้งนี้คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปีของคณะกรรมการบริหารสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนที่กำหนดไว้

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนมีจำนวน 4 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร 3 ท่าน และกรรมการที่เป็นผู้บริหาร 1 ท่าน โดยบริษัทฯ มีนโยบายกำหนดบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนต้องไม่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทและต้องเป็นกรรมการอิสระเท่านั้น

    4. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี

      ตามกฎบัตรของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี กำหนดให้องค์ประกอบของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน และกึ่งหนึ่งต้องไม่เป็นผู้บริหารของบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็น ผู้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี ซึ่งคัดเลือกจากกรรมการ และ/หรือ ผู้บริหารจำนวนหนึ่งของบริษัทฯ และ/หรือ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีต้องเป็นผู้มีความรู้ในด้านการกำกับดูแลกิจการ และใช้ความรู้ความสามารถ รวมทั้งประสบการณ์ในการปฏิบัติงานในฐานะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ ทั้งนี้คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปีของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่กำหนดไว้

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีจำนวน 3 ท่าน ซึ่งเป็นกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน โดยบริษัทฯ มีนโยบายกำหนดบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีต้องไม่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท

    5. คณะกรรมการบริหาร

      ตามกฎบัตรของคณะกรรมการบริหาร กำหนดให้องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร พิจารณาคัดเลือกจากกรรมการ และ/หรือ ผู้บริหารจำนวนหนึ่งของบริษัทฯ และ/หรือ ผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งนี้ต้องไม่เป็นกรรมการตรวจสอบ และมีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี กรรมการบริหารต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ มีความซื่อสัตย์ สุจริต และมีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ โดยต้องไม่เป็น กรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้ประกอบการ ในกิจการที่ประกอบธุรกิจในลักษณะเดียวกันกับบริษัทฯ เว้นแต่กิจการนั้นมีสถานะเป็น บริษัทย่อย บริษัทร่วมทุน หรือ กิจการร่วมค้าของบริษัทฯ ทั้งนี้คุณสมบัติ วาระการดำรงตำแหน่ง ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ รวมทั้งจำนวนครั้งในการจัดประชุมประจำปีของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้เป็นไปตามกฎบัตรของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่กำหนดไว้

      ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 คณะกรรมการบริหาร มีจำนวน 5 ท่าน โดยบริษัทฯ มีนโยบายกำหนดให้ประธานกรรมการบริษัทต้องไม่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร เพื่อสร้างดุลยภาพระหว่างการบริหารและการกำกับดูแลกิจการที่ดี

  3. การประชุมคณะกรรมการชุดต่างๆ

    1) คณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อย 6 ครั้งต่อปี โดยทุกไตรมาสจัดขึ้นเพื่อพิจารณา งบการเงินให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด และอาจจัดการประชุมเพิ่มเติมตามที่ประธานกรรมการบริษัทเห็นสมควร และกำหนดให้มีการประชุมระหว่างกรรมการอิสระร่วมกับผู้สอบบัญชีเพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการในองค์กรอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง รวมทั้งกำหนดให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารต้องประชุมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยไม่มีกรรมการที่เป็นผู้บริหารและฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุม เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบ ทั้งนี้ กำหนดให้กรรมการบริษัททุกคนมีสัดส่วนการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัท ไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของการประชุมทั้งปี

    กำหนดให้กรรมการบริษัทที่เข้าร่วมประชุมมีจำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะสามารถเปิดประชุมได้ ทั้งนี้ ณ ขณะที่คณะกรรมการบริษัทจะลงมติในที่ประชุม ต้องมีกรรมการบริษัทอยู่ในที่ประชุม ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการบริษัททั้งหมดที่เข้าประชุม โดยให้ประธานกรรมการบริษัททำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม และหากประธานกรรมการบริษัทไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการบริษัทคัดเลือกกรรมการบริษัทคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม โดย กรรมการบริษัททุกคนมีโอกาสอภิปรายและแสดงความเห็นอย่างเปิดเผย ในกรณีที่กรรมการบริษัทผู้มีส่วนได้เสียอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวข้องในเรื่องที่กำลังพิจารณา กรรมการบริษัทผู้นั้นต้องออกจากการประชุมระหว่างการพิจารณาเรื่องนั้นๆ

    ในการออกเสียงลงคะแนน ให้กรรมการบริษัทหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน โดยมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทให้นับคะแนนเสียงในการลงมติดังนี้

    1. ในกรณีทั่วไป มติของคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยคะแนนเสียงข้างมาก และถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
    2. ในกรณีเลือกกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลง มติของคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการที่ยังเหลืออยู่

    โดยกรรมการบริษัทที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา จะต้องงดออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ๆ

    2) คณะกรรมการตรวจสอบ

    คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง โดยอาจจัดการประชุมเพิ่มเติมตามที่ประธานคณะกรรมการตรวจสอบเห็นสมควร โดยในการประชุมนั้นจะต้องมีกรรมการตรวจสอบเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการตรวจสอบทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้ให้ประธานคณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม และหากประธานคณะกรรมการตรวจสอบไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการตรวจสอบคัดเลือกกรรมการตรวจสอบคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบที่มีวาระที่เกี่ยวเนื่องกับงบการเงินหรือวาระอื่นใด ที่เกี่ยวข้อง ผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ผู้ตรวจสอบภายในของบริษัทฯ และผู้บริหารระดับสูงทางด้านบัญชี ต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ เป็นที่เชื่อถือได้ ในการจัดทำงบการเงิน

    ในการออกเสียงลงคะแนน มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการตรวจสอบที่มาประชุมและออกเสียงลงคะแนน โดยให้กรรมการตรวจสอบหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด โดยกรรมการตรวจสอบที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา จะต้องงดออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้นๆ

    3) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

    คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง โดยอาจจัดการประชุมเพิ่มเติมตามที่ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเห็นสมควร โดยในการประชุมนั้นจะต้องมีกรรมการบริหารความเสี่ยงเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้ให้ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม หากประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการบริหารความเสี่ยงคัดเลือกกรรมการบริหารความเสี่ยงคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม

    ในการออกเสียงลงคะแนน มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการบริหารความเสี่ยงที่มาประชุมและออกเสียงลงคะแนน โดยให้กรรมการบริหารความเสี่ยงหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด โดยกรรมการบริหารความเสี่ยงที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณา จะต้องงดออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น

    4) คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาตอบแทน

    คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนอย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง โดยอาจจัดการประชุมเพิ่มเติมตามที่ประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนเห็นสมควร โดยในการประชุมนั้นจะต้องมีกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้ให้ประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม หากประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนคัดเลือกกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม

    ในการออกเสียงลงคะแนน มติที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนที่มาประชุมและออกเสียงลงคะแนน โดยให้กรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด โดยกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทนที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาจะต้องงดออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ๆ ยกเว้นกรณีการพิจารณากำหนดค่าตอบแทนให้แก่คณะกรรมการทุกชุดทั้งคณะ

    5) คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี

    คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง โดยอาจจัดการประชุมเพิ่มเติมตามที่ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีเห็นสมควร โดยในการประชุมนั้นจะต้องมีกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีเข้าประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้ให้ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม หากประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีคัดเลือกกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม

    ในการออกเสียงลงคะแนน ให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่มาประชุมและออกเสียงลงคะแนน โดยให้กรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด กรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาจะต้องงดออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ๆ

    6) คณะกรรมการบริหาร

    คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยอาจจัดการประชุมเพิ่มเติมตามที่ประธานกรรมการบริหารเห็นสมควร โดยในการประชุมนั้นจะต้องมีกรรมการบริหาร เข้าประชุมม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารทั้งหมดจึงจะครบเป็นองค์ประชุม ทั้งนี้ให้ประธานกรรมการบริหารทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม หากประธานกรรมการบริหารไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการบริหารคัดเลือกกรรมการบริหารคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม

    ในการออกเสียงลงคะแนน ให้ถือเสียงข้างมากของกรรมการบริหารที่มาประชุมและออกเสียงลงคะแนนโดยให้กรรมการบริหารหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด กรรมการบริหารที่มีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจรณา จะต้องงดออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น

    โดยการประชุมของคณะกรรมการทุกคณะควรมีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน มีเอกสารประกอบการประชุมที่ครบถ้วน เพียงพอ และจัดส่งให้กับคณะกรรมการในแต่ละคณะล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุมและอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัทฯ จะแจ้งการนัดประชุมโดยวิธีอื่นและกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้

    ทั้งนี้ บริษัทฯ จะมีการกำหนดตารางการประชุมเป็นการล่วงหน้าทุกปี เพื่อเป็นการนัดหมายกับกรรมการแต่ละชุดเป็นการล่วงหน้า โดยการบันทึกรายงานการประชุมหลังจากที่ผ่านการรับรองจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและลงนามรับรองความถูกต้องจากประธานกรรมการบริษัทแล้ว จะจัดเก็บทั้งในรูปแบบแฟ้มเอกสารที่ เป็นต้นฉบับและฉบับอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ความสะดวกสำหรับกรรมการบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบอ้างอิงได้ โดยบริษัทฯ ต้องเปิดเผยรายละเอียดจำนวนครั้งของการจัดประชุมและการเข้าร่วมประชุมในรอบปีที่ผ่านมาของกรรมการบริษัทแต่ละท่านไว้ในรายงานประจำปีและแบบแสดงข้อมูลประจำปี

    ในปี 2561 บริษัทฯ ได้จัดให้มีประชุมผู้ถือหุ้นและประชุมคณะกรรมการแต่ละคณะ โดยมีการกำหนดวาระการประชุมที่ชัดเจน มีเอกสารประกอบการประชุมที่ครบถ้วน เพียงพอ และจัดส่งให้กับคณะกรรมการล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม การจะเพิ่มวาระการประชุมภายหลังการจัดส่งเอกสารจะทำได้เฉพาะเรื่องที่มีเหตุผลความจำเป็นมากเท่านั้น และต้องได้รับการอนุมัติจากประธานกรรมการบริษัท โดยสรุปจำนวนครั้งในการประชุมสำหรับปี 2561 ได้ดังนี้

    ประเภทการประชุม จำนวนครั้งในการประชุม
    1) ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561 1 ครั้ง
    2) ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 1 ครั้ง
    3) ประชุมคณะกรรมการบริษัท 8 ครั้ง
    4) ประชุมระหว่างกรรมการอิสระร่วมกับผู้สอบบัญชี เพื่ออภิปรายปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการในองค์กร 1 ครั้ง
    5) ประชุมระหว่างกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร เพื่อหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบและการกำกับดูแลกิจการที่ดี 1 ครั้ง
    6) ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ 6 ครั้ง
    1) ประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 4 ครั้ง
    8) ประชุมคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน 3 ครั้ง
    9) ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี 4 ครั้ง
    10) ประชุมคณะกรรมการบริหาร 32 ครั้ง

    ทั้งนี้ รายละเอียดของกรรมการที่เข้าร่วมประชุมเป็นรายบุคคล รวมทั้งการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับกรรมการแต่ละท่านนั้น จะมีสรุปไว้ใน “หัวข้อที่ 19 โครงสร้างการจัดการ” ของรายงานประจำปีฉบับนี้

  4. การจำกัดจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่กรรมการบริษัทเข้าดำรงตำแหน่ง

    เพื่อให้การปฏิบัติของคณะกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดนโยบายจำกัดจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่กรรมการบริษัทแต่ละท่านดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทได้ไม่เกินจำนวน 5 แห่ง และกำหนดให้กรรมการบริษัทที่เป็นผู้บริหารดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทในบริษัทจดทะเบียนที่อยู่นอกกลุ่มธุรกิจ ได้ไม่เกินกว่า 2 บริษัท

  5. การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการทุกชุด

    “นโยบายกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการทุกชุด” ถูกจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นกรอบและแนวทางในการกำหนดการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่คณะกรรมการในแต่ละชุด โดยค่าตอบแทนนั้นควรสอดคล้องกับประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ (Accountability and Responsibility) โดยอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถพิจารณาเปรียบเทียบได้กับระดับที่ปฏิบัติอยู่ในอุตสากรรมเดียวกันและหรือผลการสำรวจค่าตอบแทนกรรมการ เพื่อให้ระดับและองค์ประกอบของค่าตอบแทนเหมาะสมและเพียงพอที่จะจูงใจและรักษาคณะกรรมการที่มีคุณภาพตามที่ต้องการไว้

    หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาค่าตอบแทน

    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีหน้าที่ในการเสนอแนะค่าตอบแทนของคณะกรรมการทุกชุดเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทในการพิจารณาเห็นชอบ และนำส่งต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาดังนี้

    1. บทบาท ขอบเขต อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและกรรมการในแต่ละชุด
    2. ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการทั้งชุด และผลการปฏิบัติงานของกรรมการแต่ละราย
    3. ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยพิจารณาทั้งประเภทและขนาดธุรกิจของบริษัทฯ
    4. ผลสำรวจค่าตอบแทนที่เปรียบเทียบกับบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

    องค์ประกอบของค่าตอบแทน

    เพื่อให้สอดคล้องกับภาระหน้าที่ความรับผิดชอบและการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ จึงกำหนดองค์ประกอบของค่าตอบแทนของกรรมการ โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ค่าเบี้ยประชุม ค่าตอบแทนรายปี และ ค่าตอบแทนโบนัสหรือค่าตอบแทนอื่นใดในลักษณะเดียวกัน

    กระบวนการในการกำหนดค่าตอบแทน

    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดกระบวนการในการกำหนดค่าตอบแทนเพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยกำหนดขั้นตอนในการพิจารณาดังต่อไปนี้

    1. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน พิจารณาเพื่อกำหนดค่าตอบแทนตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในข้อ 4
    2. คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน นำเสนอค่าตอบแทนดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
    3. คณะกรรมการบริษัทพิจารณาให้ความเห็นชอบและนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติ
    4. ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติค่าตอบแทน

    จำนวนค่าตอบแทนในปี 2560 ที่บริษัทฯ ได้จ่ายให้แก่กรรมการและผู้บริหาร (รายละเอียดดังที่แสดงไว้ใน ““หัวข้อที่ 19 โครงสร้างการจัดการ” ของรายงานประจำปีฉบับนี้

  6. การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และประธานกรรมการบริหาร/CEO

    คณะกรรมการทุกชุดมีการ’ประเมินผลการปฏิบัติงานตนเองเพื่อพิจารณาผลงานและใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา ปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการครอบคลุมครบทุกด้าน และสอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ โดยกำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี

    คณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานประจำของประธานกรรมการบริหาร (CEO) ซึ่งเป็นการประเมินโดยเปรียบเทียบกับความสำเร็จของเป้าหมายในระดับบริษัทฯ และความสามารถในระดับบุคคล โดยปัจจัยในการพิจารณาประกอบด้วยตัววัดเชิงคุณภาพ ได้แก่ความเป็นผู้นำ การกำหนกลยุทธ์ การปฏิบัติตามกลยุทธ์ การวางแผน และผลปฏิบัติงาน ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ ความสัมพันธ์กับภายนอก การบริหารงาน และความสัมพันธ์กับบุคลากร การสืบทอดตำแหน่ง ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงคุณลักษณะส่วนตัว โดยกำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี

    1) การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

    คณะกรรมการบริษัท มีนโยบายกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองโดยจัดให้มีการประเมินทั้งแบบรายคณะและรายบุคคล ดังนี้

    • การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทรายคณะ เพื่อใช้ประเมินการทำงานของคณะกรรมการบริษัทในภาพรวมขององค์คณะ
    • การประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทรายบุคคล เพื่อใช้ประเมินการทำหน้าที่อย่างเหมาะสมของการเป็นกรรมการบริษัทรายบุคคล

    2) การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย

    คณะกรรมการบริษัท มีนโยบายกำหนดให้คณะกรรมการชุดย่อยประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองโดยจัดให้มีการประเมินเป็นแบบรายคณะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประเมินการทำงานของคณะกรรมการชุดย่อย ในภาพรวมขององค์คณะ

    3) การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร/CEO

    คณะกรรมการบริษัท มีนโยบายกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร/CEO

    4) กระบวนการและหลักเกณฑ์ในการประเมิน

    กระบวนการและหลักเกณฑ์ในการประเมินจะผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการแต่ละชุดเป็นประจำทุกปี และกระบวนการและหลักเกณฑ์ในการประเมินสำหรับประธานกรรมการบริหาร/CEO จะผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2561 คณะกรรมการบริษัทฯ และคณะกรรมการชุดย่อย ได้กำหนดกระบวนการและหลักเกณฑ์ในการประเมินตนเอง และประเมินประธานกรรมการบริหาร/CEO ดังนี้

    กระบวนการในการประเมินตนเองและประเมินผลการปฏิบัติงาน

    คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย ได้กำหนดกระบวนการในการประเมินตนเองและประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร/CEO ไว้ดังนี้

    กระบวนการในการประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และประธานกรรมการบริหาร/CEO

    1. คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองของคณะกรรมการบริษัททั้งแบบรายคณะและรายบุคคล และกำหนดให้มีแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองของคณะกรรมการชุดย่อยแบบรายบุคคล รวมทั้งกำหนดให้มีแบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร/CEO ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ปีละ 1 ครั้ง เพื่อใช้เป็นกรอบในการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ ว่าได้ดำเนินตามนโยบาย และ/หรือตามแนวปฏิบัติที่ดี รวมทั้งใช้เป็นเครื่องมือในการทบทวนและปรับปรุงการปฏิบัติงานในรอบปีที่ผ่านมา
    2. คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติและทบทวนแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะตน พร้อมทั้งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร/CEO รวมทั้งคณะกรรมการชุดย่อยเป็นผู้อนุมัติและทบทวนแบบประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยตนเองของคณะตน เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด
    3. เลขานุการบริษัท จัดส่งแบบประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทและแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร/CEO ให้กรรมการบริษัท รวมทั้งเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย จัดส่งแบบประเมินตนเองของคณะตน ภายในเดือนธันวาคมของทุกปี
    4. กรรมการบริษัททำแบบประเมินตนเองของคณะกรรมการบริษัทและแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหารส่งคืนเลขานุการบริษัท รวมทั้งคณะกรรมการของคณะกรรมการชุดย่อย ทำแบบประเมินตนเองและส่งคืนเลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย ภายในเดือนมกราคมของทุกปี
    5. เลขานุการบริษัท/เลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย เป็นผู้สรุปผลการประเมินและนำเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อวิเคราะห์ผลการประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และประธานกรรมการบริหาร
    6. เลขานุการคณะกรรมการบริษัท/เลขานุการคณะกรรมการชุดย่อย นำผลวิเคราะห์และความเห็นเพิ่มเติมจากคณะกรรมการบริษัท ไปจัดทำแผนเพื่อดำเนินการปรับปรุง

    หลักเกณฑ์ในการประเมินตนเองและประเมินผลการปฏิบัติงาน

    หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และประธานกรรมการบริหาร/CEO ครอบคลุมเนื้อหาดังต่อไปนี้

    แบบประเมินตนเองคณะกรรมการบริษัท แบบประเมินตนเองคณะกรรมการตรวจสอบ
    เนื้อหาการประเมิน จำนวนข้อ เนื้อหาการประเมิน จำนวนข้อ
    แบบรายคณะ แบบรายคณะ
    1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการบริษัท 15 1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการตรวจสอบ 5
    2. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท 22 2. การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ 6
    3. การประชุมคณะกรรมการบริษัท 9 3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ 9
    4. การทำหน้าที่ของกรรมการบริษัท 7 4. ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ 4
    5. ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ 5 4. การพัฒนาตนเองของกรรมการตรวจสอบ 4
    6. การพัฒนาตนเองของกรรมการบริษัทและการพัฒนาผู้บริหาร 6    
    รวม 64   28
    แบบรายบุคคล  
    1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการบริษัท 2
    2. การประชุมของคณะกรรมการบริษัท 4
    3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ 5
    รวม 11


    แบบประเมินตนเองของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง แบบประเมินตนเองคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน
    เนื้อหาการประเมิน จำนวนข้อ เนื้อหาการประเมิน จำนวนข้อ
    แบบรายคณะ แบบรายคณะ
    1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 7 1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน 7
    2. การประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 6 2. การประชุมคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน 6
    3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง 6 3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาผลตอบแทน 7
    รวม 18   20


    แบบประเมินตนเองของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี แบบประเมินผลงานของประธานกรรมการบริหาร/CEO
    เนื้อหาการประเมิน จำนวนข้อ เนื้อหาการประเมิน จำนวนข้อ
    แบบรายคณะ หมวดที่ 1: ความคืบหน้าของแผนงาน (ระบุเป้าหมายและสถานะ )
      หมวดที่ 2: การวัดผลการปฏิบัติงาน
    1. โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี 7 1.1 ความเป็นผู้นำ 6
    2. การประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี 6 1.2 การกำหนดกลยุทธ์ 6
    3. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี 6 1.3. การปฏิบัติตามกลยุทธ์ 6
    รวม 18 1.4 การวางแผนและผลปฏิบัติทางการเงิน 6
        1.5 ความสัมพันธ์กับคณะกรรมการ 6
        1.6 ความสัมพันธ์กับภายนอก 5
        1.7 การบริหารงานและความสัมพันธ์กับบุคลากร 6
        1.8 การสืบทอดตำแหน่ง 3
        1.9 ความรู้ด้านผลิตภัณฑ์และบริการ 4
        1.10 คุณลักษณะส่วนตัว 6
          54
        หมวดที่ 3: การพัฒนาประธานกรรมการบริหาร ระบุความเห็น
        3.1 จุดแข็งที่สำคัญที่ประธานกรรมการบริหารควรรักษาไว้  
        3.2 ประเด็นที่ประธานกรรมการบริหารควรได้รับการ พัฒนามากขึ้นในปีถัดไป  

    เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และประธานกรรมการบริหาร สามารถเปรียบเทียบ ผลประเมินในแต่ละหัวข้อ หรือเปรียบเทียบผลประเมินของแต่ละปีได้ จึงกำหนดวิธีการให้คะแนน ดังนี้ (คะแนนเต็ม 4 คะแนน หรือ เทียบเป็นเท่ากับ 100%)

    0 = ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หรือไม่มีการดำเนินการในเรื่องนั้น
    1 = ไม่เห็นด้วย หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นเล็กน้อย
    2 = เห็นด้วย หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นพอสมควร
    3 = เห็นด้วยค่อนข้างมาก หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นดี
    4 = เห็นด้วยอย่างมาก หรือมีการดำเนินการในเรื่องนั้นอย่างดีเยี่ยม

  7. การพัฒนากรรมการและผู้บริหารของบริษัท

    บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการทุกชุด และผู้บริหาร ได้เข้ารับการการอบรมเพื่อเพิ่มพูนความรู้ภายใต้แผนงานการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการอบรมอาจกระทำเป็นการภายในบริษัทฯ หรือเป็นการอบรมจากสถาบันภายนอก ทั้งนี้กรรมการบริษัท/กรรมการตรวจสอบ ต้องเข้าร่วมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัท/กรรมการตรวจสอบ

  8. การปฐมนิเทศกรรมการใหม่และสนับสนุนการเข้ารับการอบรม

    บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการท่านใหม่ โดยกำหนดให้กรรมการเข้าใหม่ ทุกท่านจะต้องเข้าร่วม “การปฐมนิเทศสำหรับกรรมการเข้าใหม่” ตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยบริษัทฯ จะจัดเตรียมข้อมูลและบรรยายเกี่ยวกับธุรกิจของบริษัทฯ รวมทั้งข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้กับกรรมการที่เข้ารับตำแหน่งในบริษัทฯ ได้รับทราบ โดยสำหรับคู่มือกรรมการนั้น มีเนื้อหาที่สำคัญประกอบด้วย บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการทุกชุด การถือและซื้อขายหลักทรัพย์ของกรรมการ การรายงานเรื่องผลประโยชน์ของกรรมการ การบริหารการประชุม การเปิดเผยสารสนเทศ การติดต่อกับฝ่ายบริหาร ค่าตอบแทน และสิทธิประโยชน์กรรมการและกรรมการชุดย่อย ตารางอำนาจดำเนินการ และข้อมูลทั่วไปของบริษัท รวมทั้งกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ กฎบัตรของฝ่ายตรวจสอบภายใน ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของฝ่ายตรวจสอบภายใน และมาตรการรายการระหว่างกัน เป็นต้น

  9. การรายงานของคณะกรรมการบริษัท
    1. รับผิดชอบในรายงานการเงินรวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อย และสารสนเทศทางการเงิน รายงานทางการเงินดังกล่าวที่ได้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปในประเทศไทย โดยเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสมและถือปฏิบัติสม่ำเสมอ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบและผู้สอบบัญชีจะร่วมกันพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของนโยบายบัญชีที่ถือปฏิบัติอยู่เป็นประจำในการจัดทำรายงานทางการเงิน คณะกรรมการบริษัทได้เน้นย้ำให้ผู้จัดทำมีการใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวังในการจัดทำ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับคุณภาพของรายงานทางการเงินและระบบควบคุมภายใน
    2. รับผิดชอบให้มีการรายงานสารสนเทศที่สำคัญของบริษัท โดยเป็นสารสนเทศที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์ หรือสำคัญต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
    3. รับผิดชอบให้มีการเปิดเผยกฎบัตรของคณะกรรมการทุกชุดและนโยบายที่สำคัญของบริษัทฯ
    4. รับผิดชอบให้เปิดเผยรายการดังต่อไปนี้ไว้ในรายงานประจำปีและแบบแสดงข้อมูลประจำปี

      (1) กระบวนการและหลักเกณฑ์ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะและเป็นรายบุคคล รวมทั้งกระบวนการและหลักเกณฑ์ในการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบรายคณะของคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด

      (2) จำนวนครั้งของการจัดประชุม และจำนวนครั้งของการเข้าร่วมประชุมของกรรมการแต่ละท่าน โดยเปิดเผยไว้ทั้งของคณะกรรมการบริษัทและของคณะกรรมการชุดย่อยทุกชุด

      (3) ค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทและกรรมการชุดย่อยแต่ละท่าน

      (4) ข้อมูลการเข้ารับการพัฒนาและฝึกอบรมของกรรมการบริษัทและกรรมการชุดย่อยเป็นรายบุคคล ในรอบปีที่ผ่านมา

      (5) รายงานการซื้อ-ขายหุ้น/ถือครองหลักทรัพย์ในบริษัทฯ พร้อมการเปลี่ยนแปลงการถือครองในรอบปี ของกรรมการบริษัทและผู้บริหารตามคำนิยามของสำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เป็นรายบุคคล

    5. รับผิดชอบให้มีการรายงานรายการอื่นใดที่คณะกรรมการบริษัทเห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากผู้ถือหุ้น

    คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่า รายงานการเงินของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 เป็นรายงานที่ถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ และเชื่อถือได้

  10. การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

    บริษัท ฯ ได้กำหนดระเบียบปฏิบัติในกรณีที่มีการเสนอชื่อและใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งบุคคลเป็นกรรมการในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทด้วย โดยบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม มีหน้าที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์ที่ดีที่สุดของบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม และบริษัทฯ ได้กำหนดให้บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งนั้น ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทก่อนที่จะไปลงมติหรือใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องสำคัญในระดับเดียวกับที่ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท หากเป็นการดำเนินการโดย บริษัทฯ เอง ทั้งนี้ การส่งกรรมการบริษัทเพื่อเป็นตัวแทนในบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วมดังกล่าวเป็นไปตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ

    นอกจากนี้ ในกรณีเป็นบริษัทย่อย บริษัทฯ กำหนดระเบียบให้บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งจากบริษัทฯ นั้น ต้องดูแลให้บริษัทย่อยมีข้อบังคับในเรื่องการทำรายการเกี่ยวโยง การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ หรือการทำรายการสำคัญอื่นใดของบริษัทดังกล่าว ให้ครบถ้วนถูกต้อง และใช้หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลและการทำรายการข้างต้นในลักษณะเดียวกับหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ รวมถึงต้องกำกับดูแลให้มีการจัดเก็บข้อมูล และการบันทึกบัญชีของบริษัทย่อยให้บริษัท ฯ สามารถตรวจสอบ และรวบรวมมาจัดทำงบการเงินรวมได้ทันกำหนดด้วย

  11. นโยบายเรื่องการบริหารความเสี่ยงและการควบคุม

    คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง และมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการบริหารความเสี่ยงขององค์กร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการของบริษัทฯ ให้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมาย ซึ่งองค์กรอาจต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่แน่นอนทางธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของบริษัทฯ

    คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในทุกด้านและครอบคลุมปัจจัยความเสี่ยงของธุรกิจโดยกำหนดแนวทางในการปฏิบัติภายในบริษัทฯ ซึ่งพิจารณาจากโอกาสที่จะเกิดขึ้นและระดับความรุนแรงของผลกระทบโดยมีการกำหนดมาตรการในการป้องกันแก้ไข การลดความเสี่ยง ระบบการรายงานและกระบวนการติดตามและประเมินผลอย่างสม่ำเสมอโดยรวมถึงการให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า

    วัตถุประสงค์และขอบเขตของนโยบายฯ

    1. เพื่อใช้เป็นกรอบสำหรับการจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ รวมทั้งใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงานในกระบวนการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ให้มีความสอดคล้องกัน เพื่อนำไปปฏิบัติทั่วทั้งองค์กร โดยอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อกำหนด ของหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
    2. เพื่อให้เกิดการนำไปสู่การปฏิบัติจริงและสอดคล้องกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน โดยถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกิจกรรมทั้งหมดของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ
    3. กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบในการควบคุมความเสี่ยงที่ได้ระบุไว้อย่างเหมาะสม
    4. นโยบายฉบับนี้ให้มีผลบังคับใช้กับทุกการดำเนินงานในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ทุกคนในองค์กร

    หน้าที่และความรับผิดชอบ

    1. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ความรับผิดชอบโดยรวมในการกำกับดูแลให้มีการดำเนินการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอทั่วทั้งองค์กร ผ่านคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
    2. คณะกรรมการตรวจสอบช่วยสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการปฏิบัติหน้าที่ด้านการบริหารความเสี่ยง โดยสอบทานให้มั่นใจว่าระบบการบริหารความเสี่ยงมีความเหมาะสมและมีประสิทธิผล
    3. คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการพิจารณาและสอบทานการบริหารความเสี่ยง รวมทั้งระบบการควบคุมภายในของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ
    4. ประธานกรรมการบริหารมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินการตามนโยบายฉบับนี้ กำกับดูแลให้องค์กรมีการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด และติดตามให้เกิดการนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสร้างการตระหนักต่อความเสี่ยงและการจัดการความเสี่ยงจนเป็นวัฒนธรรมองค์กร
    5. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่ทำให้เชื่อมั่นว่าความเสี่ยงทางธุรกิจที่สำคัญได้รับการระบุและประเมินอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งได้มีการกำหนดมาตรการจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิผล โดยรับผิดชอบในเรื่องดังต่อไปนี้เช่น การกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ และกรอบการดำเนินงานด้านบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ การกำกับดูแล ติดตาม และสนับสนุนให้การบริหารความเสี่ยงประสบความสำเร็จในระดับองค์กร ตลอดจนระดับโครงการ การทบทวนแนวปฏิบัติและกรอบการดำเนินการด้านการบริหารความเสี่ยง โดยเปรียบเทียบกับแนวปฏิบัติของสากลปฏิบัติ พิจารณาสอบทานความเสี่ยงและแนวทางการจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ กำกับดูแลความมีประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยงโดยการติดตามและสอบทานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรายงานความเสี่ยงที่มีระดับความเสี่ยงสูง และสูงมาก ให้ประธานกรรมการการบริหาร คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการบริษัท รับทราบ
    6. ฝ่ายตรวจสอบภายในมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการสอบทานประสิทธิผลของการควบคุมภายในผ่านการตรวจสอบภายในประจำปี ซึ่งเป็นการตรวจสอบกระบวนการทางธุรกิจที่สำคัญตามปัจจัยความเสี่ยง รวมทั้งติดตามการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องที่ตรวจพบ
    7. ผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีหน้าที่ความรับผิดชอบในการระบุ วิเคราะห์ ประเมิน และจัดลำดับความเสี่ยงของหน่วยงานที่ตนเองรับผิดชอบ รวมถึงกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการจัดการความเสี่ยง โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ

    บริษัทฯ ได้อธิบายและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญไว้ในรายงานประจำปีซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงในทุก ๆ ด้าน

    คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรับผิดชอบกำหนดนโยบายและกรอบการดำเนินงานบริหารความเสี่ยงของบริษัท (Risk Management Framework) รวมถึงกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของฝ่ายบริหาร โดยกำกับดูแลและสนับสนุนให้การบริหารความเสี่ยงประสบความสำเร็จในระดับองค์กรตลอดจนระดับโครงการ เพิ่มความสำคัญในการพิจารณาที่มุ่งเน้นการคำนึงถึงความเสี่ยงและประเมินในแต่ละปัจจัยเพื่อประกอบการตัดสินใจในการใช้ทรัพยากรและกระบวนการต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางขององค์กรและส่งเสริมขีดความสามารถในการบริหารความเสี่ยงตลอดทั่วทั้งองค์กร

    นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบรับผิดชอบการสอบทานระบบควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในเพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และครอบคลุม ทุกด้าน ทั้งด้านบัญชีและการเงิน การดูแลทรัพย์สิน การปฏิบัติงาน การดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งฝ่ายตรวจสอบภายในทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงและประเมินกิจกรรมควบคุมในระดับปฏิบัติการภายในองค์กร รวมถึงการสอบทานรายงานทางการเงินและข้อมูลการบริหารความเสี่ยงโดยรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบทุกไตรมาส

    อีกทั้ง บริษัทฯ ได้แต่งตั้งทีมคณะทำงานบริหารความสี่ยง เพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยมีขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบดังต่อไปนี้

    1. มีหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
    2. กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยง จัดทำแผนบริหารความเสี่ยง ประเมินความเสี่ยง และเสนอแนะมาตรการป้องกันและแนวทางแก้ไข
    3. วิเคราะห์ ระบุ และประเมินความเสี่ยงจากการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถีงการจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยง พร้อมทั้งจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง ข้อเสนอแนะ เพื่อการปรับปรุงการปฏิบัติงานเพื่อลดความเสี่ยงนั้น
    4. สื่อสารทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนบริหารความเสี่ยงให้บุคลากรของบริษัทฯ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
    5. ติดตามดูแลการดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดไว้ในแต่ละสายงาน เพื่อให้เกิดกระบวนการจัดการอย่างเป็นระบบในการบริหารความเสี่ยงได้ครอบคลุมทั่วทุกสายงาน และลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ

  12. จริยธรรมทางธุรกิจ

    (อ้างอิง “นโยบายเรื่อง จริยธรรมทางธุรกิจ” ฉบับทบทวน ประกาศลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561)

    คณะกรรมการบริษัท รับผิดชอบในการจัดให้มีระบบที่ให้ความมั่นใจว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ ได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและจริยธรรมที่ดี และให้มีการจัดทำแนวทางเกี่ยวกับจริยธรรมธุรกิจหรือจรรยาบรรณและประกาศให้พนักงานทุกคนทราบโดยทั่วกัน โดยข้อปฏิบัติทางจริยธรรมจะมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอในแง่ของความคาดหวังของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นที่เปลี่ยนไป และได้เปิดเผยรายละเอียดไว้ในนโยบายว่าด้วยจริยธรรมทางธุรกิจของบริษัทฯ

    คณะกรรมการของบริษัท ได้จัดทำ “นโยบายเรื่อง จริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics Policy) และข้อพึงปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับจริยธรรม เพื่อสื่อสารให้คณะกรรมการทุกชุด ผู้บริหารและพนักงานทุกคนรับทราบและถือปฏิบัติ ซึ่งคณะกรรมการได้ให้ความเห็นชอบและอนุมัติการทบทวนนโยบายเรื่องจริยธรรมทางธุรกิจ ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 และคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2561 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดทำและทบทวนนโยบายดังกล่าว ดังนี้

    1. เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับหลักจริยธรรม นอกเหนือจากองค์ประกอบทางธุรกิจและหลักปฏิบัติตามกฎหมาย
    2. เพื่อสร้างและรักษาความสัมพันธ์และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้แก่ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ คู่แข่ง สังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้มีส่วนร่วม เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน
    3. เพื่อให้เข้าใจหลักการและแนวทางการปฏิบัติต่อผลประโยชน์ส่วนตัวของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน รวมทั้งผลประโยชน์ของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ โดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    4. เพื่อสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยในสุขภาพการทำงาน สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการป้องกันทรัพย์สินขององค์กร

    นโยบายดังกล่าวได้กำหนดกรอบในการดำเนินการเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายเดียวกัน โดยได้กำหนด วิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กร จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจขององค์กร รวมถึงการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น จริยธรรมของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน จริยธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งครอบคลุมไปถึงความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า/เจ้าหนี้ คู่แข่งทางการค้า ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในองค์กร และความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น รวมถึงข้อพึงปฏิบัติเพื่อให้เกิดความชัดเจน สะดวกแก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ ให้รับทราบถึงมาตรฐานการปฏิบัติที่บริษัทฯ คาดหวัง และยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยสามารถดูรายละเอียดของนโยบายฉบับเต็มได้ที่ https://www.gunkul.com/th/sustainability/charter ซึ่งสรุปเนื้อหาสำคัญได้ดังนี้

    แนวทางการดำเนินธุรกิจ

    บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ มีแนวทางในการดำเนินธุรกิจโดยปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง นโยบายเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี และ เรื่องจริยธรรมทางธุรกิจ รวมถึงแนวนโยบายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยประกอบธุรกิจด้วยความโปร่งใส ซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม มีระบบการสอบทานระบบงานเพื่อความโปร่งใสผ่านระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน

    จริยธรรมของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน

    1. การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

    กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง

    2. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการใช้ข้อมูลภายใน

    ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ใช้ข้อมูลภายในเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน บุคคลที่เกี่ยวข้อง และบุคคลภายนอก รวมถึงข้อมูลที่ไม่ได้มีการเปิดเผยสู่สาธารณชนภายใต้กฎเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง

    3. ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ

    ใช้ทรัพย์สินและทรัพยากรของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จัดทำเอกสารต่าง ๆ อันเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ด้วยความสุจริต รอบคอบ ระมัดระวัง และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ทั้งที่เกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์ทางบัญชี การเงิน หรือหน่วยงานกำกับอื่นใดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดให้มีระบบการจัดเก็บรักษาข้อมูลเอกสาร และจัดระดับความสำคัญและความลับของเอกสาร ให้ถูกต้องครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้

    4. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

    ปฏิบัติให้เป็นไปตาม “นโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ” ของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ รวมทั้งกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อรักษาความมั่นคงและปลอดภัยในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศภายในบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ รวมทั้งตรวจสอบและการประเมินความเพียงพอของนโยบายฯ และระบบการควบคุมภายใน โดยหน่วยงานที่เป็นอิสระอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และการประเมินความเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยจัดระดับความเสี่ยง และกำหนดมาตรการหรือวิธีปฏิบัติในการควบคุมความเสี่ยง

    5. การไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์

    บุคลากรทุกคนต้องปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับ และข้อผูกพันตามสัญญาทั้งหมดเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่ถูกต้อง รวมถึงสิทธิบัตรลิขสิทธิ์ความลับทางการค้า และข้อมูลกรรมสิทธิ์อื่น ๆ โดยจะไม่ละเมิดนําสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่ถูกต้องและมีผลบังคับใช้ของบุคคลอื่นไปใช้ในทางทุจริต อีกทั้งทรัพย์สินทางปัญญาและลิขสิทธิ์ที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายจากบริษัทฯ หรืองานที่ใช้สำหรับบริษัทฯ นั้น ถือเป็นของบริษัทฯ ต้องส่งมอบให้กับบริษัทฯ ไม่ว่าข้อมูล ผลงานหรือลิขสิทธิ์ที่เก็บไว้จะอยู่ในรูปแบบใด ๆ

    จริยธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสีย

    1. ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น

    สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง และซื่อสัตย์สุจริต ภายใต้การตัดสินใจอย่างสมเหตุสมผล บนพื้นฐานข้อมูลที่เพียงพอ ถูกต้อง ไม่มีส่วน ได้เสียทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งรายงานข้อมูลในด้านการบริหารจัดการ ผลประกอบการ และสารสนเทศของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ให้ผู้ถือหุ้นเพื่อรับทราบอย่างสม่ำเสมอ ครบถ้วน ตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด เพื่อเพียงพอต่อการตัดสินใจของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน

    2. ความรับผิดชอบต่อพนักงาน

    บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ มีนโยบายปฎิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม โดยยึดหลักความเท่าเทียมและเสมอภาค ทั้งในเรื่องการจ้างงานและผลตอบแทน การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้าย และการพัฒนาศักยภาพควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณธรรม รวมทั้งส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการเสนอแนะแนวทางในการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาปรับปรุงองค์กร

    3. ความรับผิดชอบต่อลูกค้า

    บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ กำหนดให้ปฏิบัติต่อลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนด้วยความรับผิดชอบในการจัดหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ตรงตามความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยได้จัดระบบและกระบวนการในการรับข้อร้องเรียนจากลูกค้าเพื่อให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาจากข้อร้องเรียนได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งจัดให้มีช่องทางให้ข้อมูล ข่าวสาร และคำแนะนำที่ถูกต้อง เพียงพอ ต่อลูกค้า ในผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง

    4. ความรับผิดชอบต่อคู่ค้า / เจ้าหนี้

    คู่ค้า
    กำหนดให้ปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ตกลงกันกับคู่ค้า ลูกหนี้ และ/หรือ เจ้าหนี้ อย่างเคร่งครัด และไม่สนับสนุนสินค้าหรือการกระทำที่เป็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

    เจ้าหนี้
    มีนโยบายยึดมั่นในการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้อย่างเสมอภาค เป็นธรรม และโปร่งใส และปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงของสัญญาต่าง ๆ ที่มีต่อเจ้าหนี้อย่างถูกต้อง รวมทั้งชำระคืนเงินกู้และ/หรือดอกเบี้ยให้กับเจ้าหนี้อย่างครบถ้วนและตรงตามกำหนดเวลาที่ได้ตกลงไว้

    5. ความรับผิดชอบต่อคู่แข่งทางการค้า

    กำหนดให้ปฏิบัติต่อคู่แข่งทางการค้า ภายใต้กรอบแห่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักปฏิบัติการแข่งขันทางการค้า และปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเคร่งครัด

    6. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในองค์กร

    บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ ถือปฏิบัติด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และตามระบบมาตรฐานสากล

    7. ความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

    บริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ มุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมโดยคำนึงถึงชุมชนใกล้เคียง การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด สนับสนุนและให้ความร่วมมือสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของชุมชน รวมทั้งบริหารงานโดยมีเป้าหมาย ในการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทบทวนและประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ และนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

    8. แนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน

    คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญ และตระหนักถึงความสำคัญของการเคารพสิทธิมนุษยชนตามหลักสากล เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ปลอดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิในการทำงาน โดยบริษัทฯ จะให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองบุคคลที่แจ้งเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ โดยใช้มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนที่กำหนดไว้ใน “นโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียน” หากผู้ใดกระทำการละเมิดจะต้องได้รับการพิจารณาทางวินัยตามระเบียบที่บริษัทฯ กำหนดไว้ และอาจได้รับโทษตามกฎหมายหากการกระทำนั้นละเมิดต่อกฎหมายด้วย

    บริษัทฯ กำหนดให้เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนที่จะต้องรับทราบ ทำความเข้าใจ และปฏิบัติตามนโยบายและข้อปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในคู่มือจริยธรรมธุรกิจ มีการจัดประชุมชี้แจง จัดทำสื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และทำกิจกรรมเพื่อสร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานของบริษัทฯ รับทราบและเข้าใจถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามนโยบายเรื่องจริยธรรมทางธุรกิจ บริษัทฯ กำหนดให้ผู้บริหารระดับสายงานในองค์กรต้องดูแลรับผิดชอบให้พนักงานภายใต้สายบังคับบัญชาของตนทราบ เข้าใจ และส่งเสริมให้ปฏิบัติตามคู่มือจริยธรรมธุรกิจอย่างจริงจัง และพนักงานทุกระดับต้องปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดี นอกเหนือจากมาตรฐานการประพฤติปฏิบัติที่กำหนดไว้ในคู่มือจริยธรรมธุรกิจแล้ว บริษัทฯ มีโครงการสร้างค่านิยมร่วมองค์กร (Corporate Shared Values) สำหรับพนักงานเพื่อเสริมสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่ดีร่วมกัน โดยกำหนดเป็นคำแนะนำสำหรับพนักงานที่ชัดเจนว่าสิ่งใดควรปฏิบัติ สิ่งใดควรละเว้นการปฏิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายที่กำหนดไว้ในคู่มือจริยธรรมธุรกิจ ซึ่งทำให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น และกำหนดหากบุคลากรของบริษัทฯ ไม่ปฏิบัติตามถือเป็นการกระทำที่ผิดวินัยตามระเบียบของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทฯ และกำหนดให้มีการทบทวน “นโยบายเรื่องจริยธรรมทางธุรกิจ” อย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี

  13. จรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์

    หลักพื้นฐานของจรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์

    1. เปิดเผยข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อการตัดสินใจลงทุนอย่างถูกต้อง เพียงพอ และทันเวลา
    2. ไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ส่วนตนและผู้อื่น
    3. เปิดเผยข้อมูลอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยเปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและสอบถามข้อมูลได้
    4. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตในวิชาชีพ บนพื้นฐานของหลักการของความเท่าเทียมกัน

    แนวปฏิบัติตามจรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์

    ปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ ข้อกำหนด ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามระเบียบปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ บนกรอบของหลักพื้นฐานของจรรยาบรรณ นักลงทุนสัมพันธ์

  14. ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์

    คณะกรรมการบริษัทดูแลให้มีการจัดทำและทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย นโยบาย ทิศทางการดำเนินงาน แผนกลยุทธ์ระยะยาว แผนงานและงบประมาณประจำปีของบริษัทฯ โดยมอบหมายให้ฝ่ายบริหารเป็น ผู้นำเสนอ และคณะกรรมการบริษัทแสดงความคิดเห็นและอภิปรายร่วมกับฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความเห็นชอบร่วมกันก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติ โดยคณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งประธานกรรมการบริหารให้เป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนากลยุทธ์และนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ และได้พิจารณากำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบที่ชัดเจนระหว่างคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และฝ่ายบริหาร โดยกำหนดทบทวนเป็นประจำทุกปี

    ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2561 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 และตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 ได้พิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์และพันธกิจขององค์กร โดยได้มีการปรับแก้ไขเพิ่มเติมเป็นฉบับปัจจุบัน ดังนี้