ดร. สมบููรณ์ เอื้ออัชฌาสัย

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)


       จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่เกิดขึ้นนั้น เป็นความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากประชากรทั่วโลกได้รับผลกระทบ เศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะวิกฤตครั้งรุนแรง นับตั้งแต่ที่เกิดการแพร่ระบาด ทางบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้กำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยง เพราะเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับสุขอนามัย และความปลอดภัยของพนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน

“Not only the energy, we care”

       บริษัทยังคงสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่มีการหยุดชะงัก ส่งผลให้ผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติของกลุ่มบริษัทยังคงเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน และบริษัทยังคงกำหนดเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจในช่วงระยะเวลา 3 ปี ต่อจากนี้ จะเติบโตปีละไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 และจากการประชุมผู้นำในเวที COP26 โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้คำมั่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และมุ่งมั่นที่จะเพิ่มสัดส่วนด้านพลังงานทดแทน ซึ่งการดำเนินตามเป้าประสงค์ดังกล่าว จะส่งผลดีต่อภาพรวมของผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานในประเทศ ตลอดจนการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (Power Development Plan; PDP) ให้สอดคล้องตามนโยบายข้างต้น ซึ่งมีแผนการเพิ่มเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และลมมากขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าภายใต้กรอบแนวคิดและเป้าประสงค์ การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการขยายตัวด้านพลังงานทดแทนจากผู้ประกอบการระดับอุตสาหกรรม สู่ระดับครัวเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จะเพิ่มอุปสงค์อย่างมีสาระสำคัญให้กับธุรกิจของบริษัท การขยายตัวข้างต้นยังเชื่อมโยงให้ภาครัฐต้องวางกรอบการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้า เพื่อรองรับให้ระบบสายส่งไฟฟ้ามีเสถียรภาพทั้งในด้านการจำหน่ายไฟฟ้าและการรับซื้อไฟฟ้า ที่มีความหลากหลายรูปแบบในอนาคต รวมถึงการปรับเปลี่ยนนวัตกรรมยานยนต์จากระบบเครื่องยนต์สันดาป สู่เครื่องยนต์จากพลังงานแบตเตอรี่ในรูปแบบยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงการใช้พลังงานฟอสซิลลดลง และนำไปสู่พลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น

จากปัจจัยสำคัญข้างต้น ปี 2564 จึงเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ เพื่อให้สามารถรองรับต่อพลวัตการปรับเปลี่ยนที่สำคัญในธุรกิจพลังงานและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องตามวิสัยทัศน์และพันธกิจ ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไป โดยจัดกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

  1. กลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน
  2. กลุ่มธุรกิจวิศวกรรม และ Turnkey แบบครบวงจร
  3. กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง
  4. กลุ่มธุรกิจ Ecosystem Business Platform & Innovation
  5. กลุ่มธุรกิจกัญชงและกัญชา

       สำหรับกัญชงและกัญชา ภายใต้ข้อผ่อนปรนของกฎหมายยาเสพติดให้โทษประเภท 5 นั้น ได้สร้างโอกาสครั้งสำคัญให้กับบริษัท ในการขยายธุรกิจสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสาร CBD ที่สกัดได้จากช่อดอกกัญชง เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วย และใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและเครื่องสำอาง ตลอดจนแนวโน้มการตื่นตัวในการดูแลสุขภาพของคนไทยเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่ผลักดันให้บริษัทเข้าสู่ธุรกิจนี้

       การปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัทจะเป็นการสร้าง New S-Curve อันถือเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องขับเคลื่อนเพื่อส่งมอบให้เป็นไปตามที่ได้คาดการณ์ไว้ โดยกลยุทธ์สำคัญสำหรับปี 2565 บริษัทจะมุ่งสร้างการเติบโต โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และส่งเสริมซึ่งกันและกัน เช่น กลุ่มบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB10X) โดย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

       ในนามของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ สถาบันทางการเงิน หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจชุมชน และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จ และความภาคภูมิใจแก่บริษัท รวมทั้งให้ความเชื่อมั่น และไว้วางใจเสมอมา บริษัทจะยึดมั่นตามหลักธรรมาภิบาล และการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ตลอดไป


ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร