สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์
เรียน ผู้มีส่วนได้เสีย
ในปี 2568 ที่ผ่านมา เราได้เดินหน้าขับเคลื่อนพันธกิจด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางกระแสของการรับมือและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เร่งตัวขึ้นในทุกภูมิภาค รวมถึงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลให้ความคาดหวังจากผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนที่เพิ่มสูงขึ้น เราจึงดำเนินธุรกิจด้วยวิสัยทัศน์ที่จะเป็นพาร์ตเนอร์ด้านพลังงานสีเขียวที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในภูมิภาคเอเชีย
โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง พร้อมตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก การที่ประเทศไทยประกาศปรับเป้าหมาย Net Zero ให้เร็วขึ้นถึง 15 ปี จากปี 2608 เป็นปี 2593 สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศไม่อาจชะลอได้อีกต่อไป ผนวกกับผลการคาดการณ์ของ Bloomberg NEF ภายใต้ Net Zero Scenario ที่ระบุว่าประเทศไทยจะต้องเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดให้ถึง 77% ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความท้าทายเชิงระบบที่ต้องอาศัยการบริหารจัดการแหล่งพลังงานที่ซับซ้อนและชาญฉลาด เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกระดับตั้งแต่บ้านเรือนไปจนถึงภาคอุตสาหกรรมได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตระหนักภายใต้พันธสัญญา "Not Only The Energy, We Care"
บริษัทมุ่งสู่การเติบโตในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน โดยพัฒนาและขยายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าซึ่งเป็นพลังงานสะอาด 100% อยู่ในมือจำนวน 1,629 เมกะวัตต์ โดยในส่วนนี้มีโครงการที่รอพัฒนาและจ่ายไฟเชิงพาณิชย์กว่า 832 เมกะวัตต์ ในส่วนของธุรกิจวิศวกรรมและ EPC เราได้ยกระดับการให้บริการด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานขนาดใหญ่ รวมถึงโครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115-500kV เช่นเดียวกับธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าแรงสูงได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานทั่วทั้งองค์กรสู่แนวทาง Eco-friendly Efficiency มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดของเสียในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบโครงการ การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าในระยะยาว พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานดำเนินการในทิศทางเดียวกัน สะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนได้บูรณาการเข้าไปในทุกห่วงโซ่คุณค่าของบริษัทอย่างแท้จริงภายใต้กลยุทธ์ Create Stakeholder Impact ที่บริษัทได้มีการกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 1 และ 2 ลง 42% ภายในปี 2573 ที่สอดคล้องตามกรอบ Science Based Targets initiatives (SBTi) และแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล โดยมีการติดตามและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างโปร่งใส
บริษัทตระหนักว่าคุณค่าที่แท้จริงต้องเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกมิติ บริษัทให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการมีส่วนร่วมของชุมชนรอบโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเกิดประโยชน์ร่วมกันอย่างสมดุล ในด้านบุคลากร บริษัทลงทุนพัฒนาศักยภาพพนักงานกว่า 1,000 คนอย่างรอบด้าน ทั้งทักษะวิชาชีพ ความสามารถด้านดิจิทัลและ AI และการสร้างความตระหนักด้าน ESG ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร เพราะบริษัทเชื่อว่าพนักงานที่เข้าใจและยึดมั่นในหลักการความยั่งยืนอย่างแท้จริง คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมายระยะยาว ทั้งนี้บริษัทยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจเป็นพื้นฐานในทุกระดับการดำเนินงาน โดยในปี 2568 บริษัทได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับ AAA และผลประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CG Scoring) ระดับ ดีเลิศ หรือ 5 ดาว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการอย่างมีความรับผิดชอบและได้รับการยอมรับจากภายนอกอย่างต่อเนื่อง

ในนามของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกท่าน เรามั่นใจในศักยภาพและความพร้อมในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้
พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและสมดุล และขอขอบคุณผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของเรามาโดยตลอด เราจะเดินหน้าต่อไปเพื่อส่งมอบพลังงานสะอาดและสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับทุกคน