เพื่อสังคมที่น่าอยู่
บริษัทตระหนักดีว่าความสำเร็จในระยะยาวของบริษัทและความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม ต้องเติบโตไปพร้อมกัน จึงสร้างคุณค่าร่วมภายในกระบวนการทำงานร่วมกับชุมชนทั้งชุมชนภายในองค์กร และชุมชนภายนอกองค์กร ตลอดจนเครือข่ายชุมชนทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมความมั่นคงและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ควบคู่กับการตอบสนองต่อความต้องการของสังคม สร้างสรรค์สังคมให้แข็งแกร่งและเป็นสังคมที่น่าอยู่ โดยให้ความสำคัญแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติตามนโยบายสิทธิมนุษยชน
การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
บริษัทดำเนินการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน เพื่อระบุ ประเมิน และกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและกลุ่มบริษัท รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ ได้แก่ พนักงาน คู่ค้าธุรกิจ พันธมิตรทางธุรกิจ ชุมชนและสังคม ตลอดจนกลุ่มเปราะบางที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทไม่ส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมและปกป้องสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจ และเตรียมพร้อมรับมือกับกฎระเบียบและนโยบายที่เกิดขึ้นใหม่ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทจึงได้จัดทำนโยบายสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องตามหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNGPs) สิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) รวมถึงข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านแรงงานของแต่ละประเทศที่บริษัทเข้าไปดำเนินธุรกิจ และประกาศใช้ผ่านการสื่อสารในช่องทางต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายยึดถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทปลอดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนบนพื้นฐานของความเคารพในคุณค่าและความเท่าเทียม โดยกำหนดเป็นกรอบความรับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่บริษัทพึงปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย
ผลการดำเนินงานที่สำคัญปี 2568
กรณีเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานและการละเมิดสิทธิมนุษยชน
(เป้าหมาย: ไม่มีกรณีเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานและการละเมิดสิทธิมนุษยชน)
ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 ระดับดีเด่น จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

การดูแลและรักษาพนักงาน
บริษัทตระหนักว่าพนักงานเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร จึงให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำงานอย่างมีความสุข มั่นคง และเติบโตไปพร้อมกับองค์กร โดยมุ่งเสริมสร้างแรงจูงใจและความผูกพันของบุคลากรอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการจัดสวัสดิการและผลตอบแทนที่เหมาะสมและแข่งขันได้ การสร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมการทำงานที่ปลอดภัย เปิดกว้าง และเคารพซึ่งกันและกัน ตลอดจนการกำหนดเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจน เพื่อรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพให้อยู่กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง รักษาและต่อยอดองค์ความรู้ภายในองค์กร และสนับสนุนความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้การดำเนินงานเป็นรูปธรรม บริษัทกำหนดกรอบการพัฒนาบุคลากร (Key People Development Pillars) จำนวน 5 เสาหลัก ดังนี้
- Performance Driven : บริหารผลงานและผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม
- Talent & Learning Development : พัฒนาทักษะและเสริมความพร้อมของบุคลากร
- One Gunkul : เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรและความผูกพัน
- Employer Branding : พัฒนาองค์กรให้เป็นสถานที่ทำงานที่น่าร่วมงาน
- Digital & Structure Transformation : ยกระดับการทำงานด้วยดิจิทัลและโครงสร้างที่คล่องตัว
ผลการดำเนินงานที่สำคัญปี 2568
อัตรากำลังพล
จำนวนชั่วโมงการอบรมเฉลี่ย
ความพึงพอใจและความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร
ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทมุ่งคุ้มครองสิทธิในการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเหมาะสม พร้อมดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดแนวทางการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานไว้ภายใต้นโยบายสิทธิมนุษยชน เพื่อให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน คู่ค้า และผู้เกี่ยวข้องรับทราบและถือปฏิบัติร่วมกัน มุ่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องให้สูงกว่าข้อกำหนดตามกฎหมาย และกำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณโดยใช้อัตราการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (Lost Time Injury Frequency Rate: LTIFR) ของทั้งพนักงานและผู้รับเหมาเป็นตัวชี้วัดหลัก โดยตั้งเป้าลด LTIFR ลงอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ต่อปี และมุ่งสู่การไม่มีอุบัติเหตุจากการทำงาน (Zero Accident) ในระยะยาว โดยจัดให้มีระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทุกขั้นตอนการดำเนินงาน รวมถึงการกำกับดูแลผู้รับเหมาและผู้รับเหมาช่วง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อบุคลากรและผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนลดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบพื้นที่โครงการ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญปี 2568
อัตราการเกิดอุุบัติเหตุุถึงขั้นหยุุดงาน (LTIFR) ของพนักงาน
การเสียชีวิตจากการบาดเจ็บจากการทำงานของพนักงานและผู้รับเหมา
อัตราการเจ็บป่วยและโรคจากการทำงาน
การบริหารความสัมพันธ์และประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า
บริษัทตระหนักว่าพลังงานไฟฟ้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตและการดำเนินธุรกิจของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วน ความต่อเนื่อง ความเชื่อถือได้ และความปลอดภัยของระบบจ่ายไฟฟ้าจึงเป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์ลูกค้า บริษัทจึงมุ่งดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทนแบบครบวงจร โดยให้ความสำคัญกับการส่งมอบงานที่มีคุณภาพตามข้อกำหนดทางเทคนิค การให้บริการที่โปร่งใส และการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็วตลอดวงจรโครงการ ตั้งแต่การพัฒนา ออกแบบ ก่อสร้าง เดินเครื่อง ไปจนถึงการบำรุงรักษา บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นระยะยาวมากกว่าการให้บริการเฉพาะช่วงส่งมอบงาน โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพ การบริหารโครงการ และเสถียรภาพการดำเนินงาน เพื่อให้ลูกค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงัก และได้รับบริการที่เป็นธรรมและตรวจสอบได้ บริษัทพร้อมทำหน้าที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่เชื่อถือได้ โดยรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของลูกค้าเพื่อนำมาปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาความร่วมมือระยะยาวกับลูกค้าและคู่ค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ
ผลการดำเนินงานที่สำคัญปี 2568
ความพึงพอใจของลูกค้าต่อสินค้าและการบริการ
ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม
บริษัทมุ่งมั่นในการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี ผ่านการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานที่ยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือกับชุมชนรอบข้างในทุกพื้นที่ ทั้งการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชน หน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคม โดยการสำรวจความต้องการของชุมชนและพัฒนาโครงการที่ตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา การประกอบอาชีพ สุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี การพัฒนาชุมชน และวัฒนธรรมและสังคม ที่อยู่บนพื้นฐานของความเท่าเทียมและการเคารพในสิทธิพื้นฐานของสังคม รวมถึงสิทธิเด็กและเยาวชนโดยบริษัทมีกรอบแนวทางในการลงทุนเพื่อพัฒนาสังคมที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกับกระบวนการดำเนินธุรกิจใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี และการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน ดังนี้
สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ : แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาธุรกิจกลังงานทดแทน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและบูรณาการการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนเข้าเป็นวิถีชีวิตพื้นฐานของคนในสังคม เพื่อพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียนอย่างยั่งยืน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มการเข้าถึงแหล่งพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานสะอาด
ส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดี : สนับสนุน และส่งเสริมกิจกรรมหรือโครงการที่แตกต่างกันไปตามลักษณะธุรกิจ หรือบริบทของชุมชนในท้องถิ่นที่บริษัทได้ดำเนินการในแต่ละพื้นที่ ครอบคลุมทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาวะ ด้านการศึกษา และด้านคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี
สนับสนุนกิจกรรมและสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน : สนับสนุนกิจกรรมและสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่าและพัฒนาสังคมในมิติต่างๆ และสามารถตอบโจทย์ความต้องการในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา สุขภาพ การพัฒนาทักษะ และการส่งเสริมสวัสดิการสังคมอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
นวัตกรรมทางธุรกิจสร้างสรรค์สังคม
เพื่อให้การพัฒนานวัตกรรมเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ บริษัทได้จัดตั้ง GUNKUL SPECTRUM ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านนวัตกรรม ทำหน้าที่ศึกษาโอกาสทางธุรกิจใหม่ พัฒนาแนวคิดและโครงการต้นแบบ (pilot project) รวมถึงเป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือภายในองค์กร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดสู่การดำเนินธุรกิจจริง โดยมีเป้าหมายในการนำพลังงานสะอาดเข้าสู่ชีวิตประจำวันของผู้ใช้พลังงานทุกกลุ่ม ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ และครัวเรือน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน เทคโนโลยีดิจิทัล และระบบบริหารจัดการพลังงานที่มีเสถียรภาพ โปร่งใส และมีต้นทุนเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน และเพื่อให้การพัฒนานวัตกรรมสามารถตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานได้อย่างเป็นรูปธรรม บริษัทจึงกำหนดกรอบการดำเนินงานภายใต้ GUNKUL SPECTRUM ออกเป็น 3 มิติ ซึ่งสะท้อนบทบาทของบริษัทต่อทั้งระบบพลังงาน ผู้ใช้พลังงาน และการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว